โดย พัลลาส Pallas@horauranian.com
21 มีนาคม 2562
ยุคนี้ ประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวอันดับต้นๆ ก็คือ ประเทศญี่ปุ่น โดยยอดคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ทะลุไปเกิน 1 ล้านคนต่อปีแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยมักไปเที่ยวในญี่ปุ่นก็คือ วัด และ ศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพร ผมจึงขอนำเกร็ดการไหว้พระของพรศาลเจ้าญี่ปุ่นมาเล่าสู่กันฟังครับ
คนญี่ปุ่นนับถือศาสนาพุทธจำนวนมาก แต่ที่นั่นไม่ได้นับแบบเคร่งครัดนัก มีการผสมผสานศาสนาและความเชื่อกับ ลัทธิชินโต ซึ่งเป็นความเชื่อในเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่น ดังนั้น ในวัดหรือศาลเจ้า ไม่ได้มีเพียงพระพุทธรูปให้กราบไหว้ แต่จะมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์ เทวราช และเทวดาของลัทธิชินโต ให้กราบไหว้ในสถานที่เดียวกันด้วย ว่าไปก็ไม่ต่างจากบ้านเรา ที่ในวัด ก็มักมีรูปเคารพเทวดาของศาสนาอื่นมาให้คนกราบไหว้อยู่เหมือนกัน
เมื่อเราเข้าไปในศาลเจ้าญี่ปุ่น มักจะมีบ่อน้ำอยู่ด้านหน้าก่อนถึงวิหารหลัก ตามธรรมเนียม เราต้องทำการชำระล้างให้บริสุทธิ์ก่อนไหว้พระ ด้วยการล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าไปไหว้ การล้างมือตรงนี้เรียกว่า เทมิซึ (temizu) หรือ โจซึ (chōzu) วิธีการ (ดูภาพประกอบ) ก็คือ
1) หยิบกระบวยด้วยมือขวาตักน้ำมารดมือซ้าย
2) สลับกระบวยมาไว้มือซ้าย แล้วตักน้ำรดมือขวา
3) สลับกระบวยมาไว้มือขวาอีกครั้ง แล้วเทน้ำจากกระบวยบนมือซ้ายเพื่อบ้วนปาก (ห้ามใช้ปากมาสัมผัสปากกระบวยเพื่อบ้วนปากโดยตรง)
4) ยกกระบวยด้วยมือทั้งสองข้างขึ้นมาตรงๆเพื่อเทน้ำที่เหลือไหลลงผ่านมือทั้งสอง
เป็นอันเสร็จขั้นตอน เทมิซึ

หลังจากนั้น เราก็เดินไปที่วิหารหลักเพื่อไหว้พระขอพร ปกติแล้วจะมี กล่องรับบริจาคอยู่หน้าวิหาร ให้เราโยนเหรียญบริจาคลงกล่องไปได้เลย จำนวนเงินขึ้นกับเรา อย่างไรก็ตาม เขามักนิยมใช้เหรียญห้าเยนในการขอพรเพราะคนญี่ปุ่นเรียกเหรียญห้าเยนว่า โกเอน (go-en ) ซึ่งพ้องเสียงกับคำ โกเอน ご縁 ที่แปลว่า ความสัมพันธ์ คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่า เหรียญห้าเยนจะเชื่อมโยงโชคดีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหาตัวเรา ดังนั้น ถ้าเรามีเหรียญห้าเยนก็สามารถโยนลงกล่องบริจาคเพื่อขอพรได้นะครับ แต่เหรียญห้าเยนหาค่อนข้างยากนิดนึง
ตรงหน้ากล่องบริจาค มักมีกระดิ่งอยู่ด้านบนโดยมีเชือกเส้นใหญ่ห้อยลงมา เราสามารถดึงเชือกสั่นกระดิ่งได้ เชื่อกันว่าเสียงกระดิ่งจะขับไล่พลังงานด้านลบที่นำความโชคร้ายออกไป และเชื้อเชิญพลังงานด้านบวกและเหล่าเทพยดาเข้ามาให้พรแก่เรา
มาถึงจังหวะสำคัญคือการไหว้พระขอพร มีขั้นตอนดังนี้ครับ
1) ยืนตรงทำความเคารพ
2) คำนับ 2 ครั้ง
3) ปรบมือ 2 ครั้ง
4) พนมมือ อธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
5) ปิดท้ายด้วยการคำนับอีกหนึ่งครั้ง

ธรรมเนียมการไหว้พระขอพรแบบนี้มีมาตั้งแต่ยุคเมจิ (ศตวรรษที่ 19) แต่มีข้อยกเว้นสำหรับศาลเจ้าบางแห่ง เช่น ศาลเจ้า อิซึโมะโอยะชิโระ จะให้คำนับ 2 ครั้ง, ปรบมือ 4 ครั้ง และคำนับ 1 ครั้ง ฯลฯ
หวังว่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอันนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน โดยเฉพาะคนที่จะไปไหว้พระที่ญี่ปุ่น นะครับ ขอให้ทุกคนสมหวังดังพรที่ปรารถนากันถ้วนทั่วครับ
เครดิตภาพจากหนังสือ Shinto Shrine โดย Kato Kenji รูปประกอบโดย Iwasaki Jun

คราวนี้ก็มาคิดต่อว่า จะเอามาทำเป็นเครื่องประดับชิ้นไหน ปรากฏว่า ดาวพฤหัส กุม ดาวพุธ อยู่ ดาวพุธนั้นหมายถึง การสื่อสาร การเรียนรู้ การให้เหตุผล การพูด และการฟัง คำว่า พหูสูต ที่แปลว่า ผู้รู้ นั้น คำว่า สูต ก็มาจากคำว่า สุตะ ที่แปลว่า การฟัง ซึ่งอวัยวะสำคัญในการฟังก็คือ หู ผมจึงเลือกที่จะทำเครื่องประดับเป็น ต่างหู เพื่อให้แทนความหมายของ ดาวพุธ ที่กุมกับดาวอาทิตย์และดาวพฤหัสในดวงทินวรรษ
เขาถามว่าเมื่อไหร่เขาจะได้งานดี ๆ ที่เงินเดือนสูง ๆ มีอนาคต เพื่อนร่วมงานดี เจ้านายไม่เห็นแก่ตัวสักที
ไพ่ใบนั้นคือไพ่นักบวชหญิง ที่เป็นภาพนักบวชหญิงที่นั่งเหยียบพระจันทร์ สัญลักษณ์แห่งจินตนาการและอารมณ์อันอ่อนไหว ที่นั่งระหว่างเสาสีขาวและสีดำ อันเป็นตัวแทนของความดีความชั่ว อารมณ์ด้านดีกับด้านร้าย พลังด้านบวกกับพลังด้านลบ อันแล้วแต่ใจเราว่าจะเลือกไปอยู่ด้านไหน
การปัดใต้สุดของดวงอาทิตย์ คือการสิ้นสุดของการโคจรปัดลงทางใต้ในปีนั้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการโคจรปัดขึ้นเหนือของปี จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นปีใหม่ คล้ายๆกับในแต่ละวันที่ดวงอาทิตย์โคจรต่ำสุด (เมื่ออ้างอิงจากจุดที่เรายืนบนพื้นโลก) ซึ่งก็คือเวลาเที่ยงคืน ที่เราใช้เป็นจุดสิ้นสุดของวัน และเริ่มต้นเข้าสู่วันใหม่
ในดวงของเธอมีไพ่ 5 ไม้เท้าแห่งความสับสนขัดแย้งอยู่ตรงตำแหน่งจุดอ่อน จึงแปลได้ว่า เธอมีจุดอ่อนมาจากความสับสนขัดแย้ง
ไพ่คนถูกแขวนเป็นไพ่ใบหนึ่งที่ตีความยาก ส่วนใหญ่มักจะตีความในแง่ร้ายอย่างเดียว ว่ามันคืออุปสรรคในด้านต่างๆ ทำให้ทำอะไรไม่ได้ ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่
และเมื่อตำแหน่งพ่อแม่ของเธอบ่งบอกว่ามีความผูกพันกันอย่างมาก (ไพ่ 6 ถ้วย) จึงมีแนวโน้มที่จะต้องทำกิจการของครอบครัว ในด้านการดูแลหรือเกี่ยวกับเด็กๆ ซึ่งปกติถ้าผมเห็นไพ่เด็กประกอบกับไพ่คนถูกแขวนผมมักจะทายว่ามีอาชีพครู เพราะมันแปลว่า ผู้รับผิดชอบในเรื่องเกี่ยวกับเด็ก เช่น รับเลี้ยงเด็กหรือสอนเด็ก และยังแปลขยายออกไปด้วยว่าเด็กระดับอนุบาลหรือประถม เพราะภาพ 6 ถ้วยเป็นเด็กเล็กๆ