jump to navigation

การอ่านพื้นดวงด้วยไพ่ทาโรต์แบบเซลติก ่24 มกราคม, 2018

Posted by starseerblog in ไพ่ยิปซี.
Tags:
add a comment

โดย อ.กามล แสงวงศ์
23 ม.ค. 2018

การอ่านพื้นดวงแบบเซลติก

การอ่านพื้นดวงเป็นการทำความรู้จักชีวิตของเขาทุกแง่มุม เราไม่ใช่แค่คนทายว่าเขาจะได้หรือไม่ได้ แต่เราคือที่ปรึกษา นักบำบัด ที่ต้องเห็นจุดแข็งจุดอ่อนของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง คนที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งจึงจะจัดการกับปัญหาของเขาได้

ใบที่ ๑ เอมเพรส
เจ้าชะตาเป็นคนรักสบาย มีโชค สรรหาในเรื่องของการกินการอยู่ที่มีความสุข มีความเป็นแม่สูง มักห่วงใยใส่ใจคนอื่น ชอบความสวยงาม หรูหรามีรสนิยม มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคน เป็นดวงนารีอุปถัมภ์ทำมาหากินกับผู้หญิงได้ดี เด่นด้านงานบริการเกี่ยวกับผู้หญิงที่หรูแพง เช่น สปา เสริมสวย ร้านอาหาร สถาบันความงาม ที่จริงเป็นคนขี้เกียจ แต่พอมีไพ่ไม้เท้ากับดาบเยอะจึงทำให้ขยันเพราะต้องเลี้ยงตัวเอง

โดยจิตใต้สำนึกจะทำให้กลัวลำบากตอนแก่ จึงกระตุ้นให้ขวนขวายหาความมั่นคง อาจจะทำงานตลอดชีวิตถ้าไม่เก็บเงินในรูปเงินค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ย ซึ่งในดวงของเธอนั้นไพ่เอมเพรสรสนิยมดีใช้เงินเก่งเพื่อความสุขของตัวเองและกับคนอื่นอยู่แล้ว ในดวงดันมีไพ่ดาบเยอะ ยิ่งทำให้ใช้เงินไหลออกไปเป็นสายน้ำ

ดวงแบบนี้จึงอยากมีสามีดี ร่ำรวย ดูแลเธอด้านเงินทองสะดวกสบาย แต่เมื่อมีไพ่3ดาบใบที่๒มาทับอยู่ ดวงจึงอาภัพรัก อกหัก หย่าร้าง รักซ้อน มีมือที่๓เข้ามาแทรก รักใครก็เจ็บปวด ต้องระมัดระวังให้ดีอย่าผลีผลาม

ใบที่ ๒ สามดาบ
เจ้าชะตาใจร้อน อารมณ์รุนแรง มีเรื่องปะทะ ทะเลาะเบาะแว้งได้ง่าย มีแผลในใจ มักจะผิดหวังด้านความรัก ดวงรักซ้อนรักสามเส้า คู่ทำให้เจ็บปวดทั้งกายและใจ คู่เป็นพ่อหม้าย คู่เกี่ยวข้องกับการบำบัดการแก้ปัญหา เช่น หมอ ทนายความ เมื่อรวมกับใบที่๔เดอะเวิร์ลด์สามีเป็นชาวต่างชาติ หรือทำงานกับชาวต่างชาติ เป็นคนทันสมัย ตื่นตัวกับข้อมูลข่าวสาร รสนิยมดี ปรับตัวเก่ง

สามดาบที่ทับเอมเพรสยังแปลได้ว่าเมื่อสุขสบายชีวิตมักจะพังหรือมีเรื่องแรงๆเข้ามา

และแปลว่ามีโอกาสผ่าตัดทรวงอกและมดลูก ใบที่๕สิบดาบยิ่งย้ำว่าผ่ามดลูกระดับเอาออกไปทั้งหมด

ใบที่ ๒ ยังบอกถึงการมีปัญหากับเพื่อนและหุ้นส่วน จึงต้องระมัดระวังการพูดและระบบปัญชี ดวงนี้ถูกหุ้นส่วนโกงได้

ใบที่ ๓ เก้าดาบ
ตอนเด็กไม่มีความสุข ขาดความอบอุ่น เจอการแตกแยก พ่อเป็นคนคิดมาก เศร้าหมอง ยุ่งแต่กับปัญหาของตัวเอง
เธอจึงได้นิสัยคิดมาก มองโลกในแง่ร้ายมาจากพ่อ

ยิ่งใบที่ ๖ เป็นสี่ดาบยิ่งบอกถึงความเลวร้ายในวัยเด็กของเธอว่าไม่ดีเลย ดวงแบบนี้พ่อแม่จะทะเลาะกันง่าย ส่วนเธอเองก็พึ่งพ่อแม่ไม่ได้ เมื่อมีสามดาบทับเอมเพรส เธอเองก็จะเอามาโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้พ่อแม่ทะเลาะกัน แล้วลงสู่จิตใต้สำนึกทำให้เธอเลือกแต่หนทางที่ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ดวงนี้จึงไม่ควรอยู่ถิ่นเกิด เพราะมีแต่ความเจ็บช้ำและความล้มเหลว เธอควรไปทำมาหากินที่ต่างประเทศ หรือบริเวณที่มีชาวต่างชาติมากๆ เพราะไพ่เดอะเวิร์ล์ล้อมรอบไปด้วยไพ่ดีๆ จะตั้งหลักปักฐานได้ดีกว่า

อีกอย่างที่ต้องห่างพื้นเพถิ่นเกิดเพราะดวงเธอจะต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาให้คนในครอบครัวมากเกินไป ในช่วงที่ไม่มั่นคงถ้าเอาแต่แบกปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอาทุกคนมันก็ไม่ไหว ถ้าให้สามีช่วย นานๆไปสามีก็รำคาญ จะเกิดเรื่องเกิดราวได้ และเมื่อมีไพ่เอมเพรสที่มีความเป็นแม่สูงก็ต้องช่วยอยู่ดี เมื่อช่วยสามดาบก็ทำงาน สามีก็จะมีปัญหาได้

การอยู่ไกลไปตั้งหลักให้มั่นคงก่อนจึงจะปลอดภัยที่สุด

ใบนี้ยังบอกถึงปัญหาเรื้อรังด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับหัว ตั้งแต่ต้นคอ กระดูกคอ ไมเกรน ไซนัส เมื่อมีสี่ดาบอยู่ด้านข้าง เมื่อป่วยก็อาจจะรุนแรงระดับล้มหมอนนอนเสื่อ
ผมเตือนเธอเรื่องผ่าตัดเพื่อความสวยงามที่เธออยากทำมากตามประสาเอมเพรสรักสวยรักงามว่าอย่าทำ เพราะทำแล้วจะไม่จบเนื่องจากไม่ถูกใจ

ใบที่๓ยังบอกถึงลักษณะของลูกค้าที่เครียด คิดมากขี้กังวล เธอจึงควรสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า หรือทำงานด้านให้กำลังใจ แก้ปัญหา รักษา บำบัด

ใบที่ ๔ เดอะเวิร์ลด์
เธอเป็นคนตื่นตัว ปรับตัวเก่ง ทันสมัย ชอบเรียนรู้ เกี่ยวพันกับต่างประเทศ ชอบสังคม ฉลาด มีรสนิยม แต่งตัวดี มีพรสวรรค์ด้านการออกแบบ มีโอกาสดีๆเข้ามาอยู่เสมอ ถ้าพัฒนาพรสวรรค์ดีๆ มีโอกาสรุ่งและโด่งดัง
เป็นคนชอบค้นคว้า ชอบรู้เรื่องชาวบ้าน มีเพื่อนใหม่ได้เร็ว รู้จักคนเยอะ ทำอาชีพเกี่ยวกับต่างชาติ ความทันสมัย หรือตามสมัยนิยม รวมถึงนำเข้าส่งออกได้ดี เจ้าเสน่ห์

มีหุ้นส่วนฉลาด เก่ง เป็นนักการตลาดที่ยอดเยี่ยม

มีสามีเจ้าเสน่ห์ น่ารัก สังคมเก่ง ทำมาหากินเก่ง

ใบที่ ๕ สิบดาบ
ถูกโกงถูกหักหลังได้ มีโอกาสถูกผ่าตัดส่วนแนวกระดูกสันหลัง และมดลูก คลอดลูกด้วยการผ่าตัด แท้งลูก อาจจะทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การเงินรั่วไหล ลูกน้องบริวารทำให้เดือดร้อน การแก้ปัญหาอันซับซ้อนเกี่ยวกับลูกหลาน เจ็บปวดเสียใจเพราะลูกหลานบริวาร
มีปัญหาเรื่องขาเท้าในระดับผ่าตัด
เธอจะเลี้ยงลูกแบบสะดวกสบายจนทำให้เด็กอ่อนแอถูกทำร้ายได้ง่าย ระวังจะเสียน้ำตาเพราะลูกคนโตหรือคนที่ใกล้ชิด

ดวงแบบนี้ต้องดูแลสุขภาพ ชีวิตสบายเกินไปก็ป่วย

ใบที่ ๖ สี่ดาบ
ความอดทนต่ำ เป็นคนทำงานนานๆไม่ได้ เหมาะกับงานจบเป็นเรื่องๆระยะสั้นๆ พึ่งพาทางบ้านไม่ได้ อยู่กับพ่อแม่ได้แค่ระยะสั้นๆ เหมือนแวะมาเที่ยว เป็นดวงพึ่งแม่ แต่แม่ให้พึ่งได้ไม่เต็มที่ แม่ก็ไม่มีความสุข เธอมีความหลังที่ทุกข์ใจในอดีตมากเกินไป จึงควรคบกับคนที่มีนิสัยร่าเริงบ้าง

เพราะไพ่ ๙ ดาบกับ ๔ ดาบติดกันมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ไพ่ไม่ดีสองใบนี้จะทำให้อยากได้รับความรัก อยากได้รับการยอมรับจากพ่อแม่จากครอบครัว ถ้าผู้ปกครองที่มีลูกแบบนี้ควรจะชื่นชมยกย่องเขามากๆ คำชมของคุณจะเป็นเหมือนน้ำรดต้นไม้ทำให้ต้นไม้เติบโตได้อย่างงดงาม ส่วนคำตำหนิติเตียนของคุณจะเป็นเหมือนเอาน้ำเดือดไปราดต้นไม้

เจ้าชะตาจึงอยากสวย รวย เก่ง ให้ที่บ้านยอมรับ โดยลืมที่จะยกย่องชมเชยตนเอง

ใบที่ ๗ ราชาไม้เท้า
เจ้าชะตาฉลาด เก่งเรื่องเข้าสังคม เจรจาต่อรองเก่ง คาดหวังสูง
จุดอ่อนคือการทำอะไรก็ต้องดีเยี่ยม ต้องวางแผน ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยม มักจะแพ้ทางผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ ฉลาดบุคลิกดี
เธอแพ้ทางพ่อหรือลุงที่มีบุคลิคเช่นนี้ และอาจจะหลงรักผู้ใหญ่ที่มีบุคลิคเก่งฉลาด พูดจาดี

ใบที่ ๘ สองถ้วย
เจ้าเสน่ห์ มีคนสนใจ อยู่คนเดียวไม่ได้ ชอบความใกล้ชิด ชอบทำงานแบบมีหุ้นส่วนไม่เคยขาดคนรัก จึงกลายเป็นคนที่มีความรักแล้วเลิก เลิกแล้วก็มีความรัก เป็นคนขอความช่วยเหลือใครได้ง่าย

ใบที่ ๙ หนึ่งถ้วย
ต้องการความรักและการเอาใจใส่ เป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคน คาดหวังที่จะได้รับการดูแลช่วยเหลือ ใบนี้จะทำให้เจ้าชะตาชอบสังคม ชอบผูกมิตร

ใบที่ ๑๐ อัศวินไม้
สนุกสนานเฮฮาร่าเริง คุยเก่ง มีความเป็นมิตรสูง ชีพจรลงเท้า มักจะต้องเดินทาง โยกย้ายอยู่ไม่ติดที่
มีลีลาชีวิตที่ต้องเข้าสังคม เดินทาง เปลี่ยนสังคมใหม่อยู่เรื่อยๆ ทำมาหากินที่ต้องพูด ต้องเดินทาง ชีวิตไม่มั่นคง ค้นหาสิ่งใหม่ ธุรกิจใหม่ไปเรื่อยๆ รักได้ทิ้งได้ ไม่ยึดติดกับใครนอกจากญาติ
เหมาะกับการเป็นลูกจ้างหรือฟรีแลนด์
อยู่ห่างไกลครอบครัว อยู่ไม่ติดบ้าน

ฮวงจุ้ย
ดวงนี้บ้านรก โดยเฉพาะส่วนหน้าบ้านฝั่งขวามือจะรกมาก ควรจัดให้เรียบร้อยหรือเอาของไปทิ้งเสีย เพราะของที่วางไว้ตรงนี้จะทำให้ป่วยและมีปัญหากับครอบครัวและลูกค้า

หลังบ้านฝั่งขวาก็รั่ว หรือแตกร้าวทรุด ซ่อมแซมเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ รกมาก จัดบ้านด้วย

สรุปว่าฝั่งขวาเป็นฝั่งไม่ดีควรจัดให้สะอาดโปร่งโล่ง

ส่วนหลังบ้านฝั่งซ้ายเธอน่าจะชอบทำงาน หรือสามีชอบมานั่งตรงนี้ ตรงนี้ดีเหมาะกับการคิดงานทำงานมาก

ห้องนอนเธออยู่ชั้นบนด้านหน้าฝั่งขวามือซึ่งเป็นตำแหน่งไม่ดีจะทำให้ป่วย เครียด ขาดความอดทน ทำมาหากินไม่ขึ้น ควรย้ายไปฝั่งซ้ายจะดีกว่า ถ้าย้ายไม่ได้ก็ควรจะทำให้ห้องโปร่งโล่ง มีแสงสว่าง และเก็บข้าวของออกไปบ้าง มันจะมีฝุ่นทำให้เกิดภูมิแพ้และนอนไม่สงบ

การพยากรณ์ตามช่วงอายุ
ดวงนี้อายุตั้งแต่ ๒๔ ถึง ๒๙ เจอแต่ปัญหาอุปสรรค การแตกแยก ความล้มเหลว เจ็บปวดเสียน้ำตา
พออายุ ๓๐ จะเติบโตทางธุรกิจ จะได้คู่ดี จะมีความสุข ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
อายุ ๔๑ ถึง ๔๖ จะทุกข์พลัดพราก เจ็บปวด เจ๊ง
อายุ ๔๗ เป็นต้นไปถึงจะเจริญรุ่งเรืองมาก

สรุป
ชีวิตแบบนี้ดูดีแต่อาภัพ มีคนรักแต่ไม่สมหวัง คำแนะนำก็ได้แต่บอกให้เธอฝึกมีระเบียบแบบแผนมากกว่านี้
หัดเก็บเงินเก็บทองเพื่อสร้างความมั่นคง และคบคนที่เข้มแข็งเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัยรู้จักหาเงินที่อารมณ์ดี
ถ้าทำได้แบบนี้ชีวิตอาจจะดีขึ้น

ลองทบทวนความหมายของไพ่ในแง่จิตวิทยา ความหมายของตำแหน่งในแง่ของปรัชญา แล้วจะทำให้เข้าใจดวงมากขึ้นแน่นอนครับ

#ไพ่ยิปซีอาจารย์กามล

 

Advertisements

การอ่านไพ่จักรราศี ่21 มกราคม, 2018

Posted by starseerblog in ไพ่ยิปซี.
Tags:
add a comment

โดย อ.กามล แสงวงศ์

21 ม.ค. 2018

เครื่องมืออันทรงพลังของการอ่านไพ่ยิปซีคือการวางไพ่ ตำแหน่งของไพ่จะบอกหัวข้อต่างๆให้แก่เรา ยิ่งเข้าใจความหมายไพ่และความหมายตำแหน่งละเอียดก็ยิ่งมีเรื่องทายมากขึ้น

ดังดวงของเจ้าชะตาหญิงคนนี้

ใบที่ ๑ บอกถึงเจ้าชะตาเป็นคนอ่อนโยน มีเมตตา ชอบช่วยเหลือ มีน้ำใจ อารมณ์ดี มักจะมีโชค มองโลกแง่ดี ฟื้นฟูเยียวยาจิตใจตัวเองได้ดี

ใบที่ ๒ เจ้าชะตาได้เงินจากเด็กๆ จากลางสังหรณ์ ชอบกินขนมมากกว่าข้าว เจ้าชะตารู้สึกว่าได้เงินน้อยกว่าคนอื่น

ใบที่ ๓ เจ้าชะตามีพี่น้องที่มั่นคง อยู่หมู่บ้านใหญ่ มีเพื่อนบ้านดีหรือเพื่อนบ้านเป็นผู้มีอิทธิพล เจ้าชะตามีความสำเร็จจากการทำงานนอกบ้าน ได้ดีจากการติดต่อ ชอบรถ นาฬิกา กระเป๋า ราคาแพง เป็นคนขับรถปลอดภัย แต่ชอบขับเอง ตอนเด็กเรียนโรงเรียนใหญ่โต โรงเรียนดัง โรงเรียนประจำจังหวัด ทุ่มเทให้กับการเรียนมาก มีความรับผิดชอบสูง มีภาวะผู้นำ เป็นคนดัง ผู้ใหญ่ไว้วางใจ การเรียนโดดเด่น มักจะรับผิดชอบโครงการใหญ่ๆ

ใบที่ ๔ ตอนเด็กไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน หดหู่ เหงา รู้สึกแย่ แม่เป็นคนเครียดง่าย พ่อกับแม่อาจจะมีปัญหากัน แม่ถูกทิ้ง ความทรงจำด้านครอบครัวในวัยเด็กไม่ค่อยดี ตอนโตไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน บ้านมีปัญหาเรื่องน้ำ ท่อระบายน้ำ พึ่งพาญาติไม่ได้ ญาติทำให้เดือดร้อน ทำมาหากินถิ่นเกิดไม่ได้ จะพังจะลำบาก มีปัญหาเกี่ยวกับทรวงอกกระเพาะอาหาร

ใบที่ ๕ มีคนฐานะดีมาชอบ คบเพราะเขามีฐานะดี มองเรื่องความมั่นคงมากกว่าความรัก คนที่มาจีบเรามักจะซื้อของแพงๆมาให้ มีลูกดี เจริญเติบโตมั่นคง ลูกคนโตเป็นดวงนารีอุปถัมภ์ ลูกรักของแม่ ร่ำรวยจากการลงทุนจากหุ้นจากอสังหาริมทรัพย์ ได้ดีจากวงการบันเทิง แฟนอาจจะมาจากครอบครัวที่ผู้หญิงมีอิทธิพล

ใบที่ ๖ ลำบากเพราะลูกน้องบริวาร เปลี่ยนงานเพราะเงินเดือนผลประโยชน์ ไม่เหมาะกับอาชีพลูกจ้าง เงินรั่วไหลจากลูกน้องและสัตว์เลี้ยง มีปัญหาเรื่องลำไส้ อาจจะถึงขั้นเป็นมะเร็ง

ใบที่ ๗ สามีขยันหาเงิน ใจเย็น ชอบอิสระ ชอบเดินทาง เป็นนักลงทุน ไม่ค่อยจะได้รับความรักจากภรรยา เขาอยากทำให้ภรรยาร่ำรวย ได้ดีจากหุ้นส่วน ต่างคนต่างอยู่ ร่ำรวยแต่โดดเดี่ยว

ใบที่ ๘ ชีวิตบั้นปลายชอบสันโดษ ฐานะดี มีอสังหาริมทรัพย์เยอะ ได้เงินจากมรดก ประกันชีวิต ไม่ชอบให้ใครแตะต้องเนื้อตัว ชอบอยู่คนเดียว

ใบที่ ๙ เจ้าชะตาชอบหาความรู้ ชอบซื้อตำรับตำรา ได้เงินจากการสอน ชอบไปวัดเจ้าประจำ ทำมาหากินกับต่างประเทศได้ เจ้าชะตาจึงเหมาะกับการทำมาหากินไกลบ้านไกลภูมิลำเนา เจ้าชะตาสนใจเรียนเกี่ยวกับการลงทุน หุ้น อสังหาหรือสายวิชาชีพ

ใบที่ ๑๐ เจ้าชะตามีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก ทำมาหากินร่วมกับคนอื่นได้ สามารถเป็นเจ้าของกิจการที่มีหุ้นส่วน สามารถทำงานที่ต้องพบปะผู้คน เป็นคนน่ารักมีเสน่ห์ ยิ้มแย้มอารมณ์ดี ถูกมองว่าเก่ง มีโชค ใจดี ร่าเริง เป็นมิตร ชีวิตประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากสังคม พึ่งพาทุกคนได้ ไม่ชอบทะเลาะกับใคร

ใบที่ ๑๑ มีโชค มีลาภลอย มีโชคจากการเข้าสังคม มีโชคได้ของฝาก มีโชคจากลูก ใบที่๒กับใบที่๑๑บอกว่าหลังจากมีลูก เงินทองจะมั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนๆเป็นคนร่าเริงเฮฮาสนุกสนาน มักจะมีเพื่อนใหม่อยู่เรื่อยๆ มีกลุ่มที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว เป็นหัวหน้าแก๊งเด็ก

ใบที่ ๑๒ ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ ไม่ชอบทำงานคนเดียว อดทน มีกลุ่มที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ มีความสามารถ มีรองเท้าเยอะ เดินเก่ง

ลูกคนที่ ๑ คนที่ ๒ แม่เป็นคนเลี้ยง ถ้าเป็นหญิงจะร่ำรวย แต่คนที่สองจะชอบไฮโซหรูหราและความสันโดษกว่า ลูกคนที่สองจะงกชอบเก็บข้าวของ ตั้งแต่มีลูกคนที่๒ก็เริ่มห่างกับสามี สามีมุ่งสู่การทำมาหากินเพื่อครอบครัว

สามีเป็นคนละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน ขยันหาเงิน ชอบเก็บชอบสะสม ไม่ค่อยชอบสังคมนัก มักจะรู้สึกโดดเดี่ยวและต้องการความรักแต่ไม่ค่อยแสดงออก เขาประทับใจเธอเพราะเธอเป็นคนร่าเริงเหมือนเด็กน้อย

แม่เป็นคนเอาใจยาก มักจะมองโลกในแง่ร้าย ไม่ชอบสังคม

พ่อเป็นคนร่าเริงเข้าสังคมเก่งเพื่อนเยอะ

บ้านของเธอด้านหน้าฝั่งขวามีของพังไม่ได้ใช้ ควรเอาออกไปทิ้งแล้วจัดใหม่ ความรักและการเงินจะดีขึ้น

เธอน่าจะชอบทำอาหาร ทำอาหารเก่ง มีอุปกรณ์ถ้วยชามเยอะเพราะชอบสะสมไม่ชอบทิ้ง หลังบ้านมีบรรยากาศดี เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ

ดวงดีหรือดวงร้าย? จะตอบอย่างไร? : กรณีศึกษาเมื่อครั้งสมเด็จพระปิยมหาราชขึ้นครองราชย์ ่15 มกราคม, 2018

Posted by starseerblog in เกร็ดโหรา.
add a comment

เมื่อเริ่มปีใหม่ทุกๆปี คนจำนวนมากก็อยากรู้ว่า ปีใหม่นี้ ดวงของเราจะดีหรือร้าย? หลายคนเริ่มหาคำทำนายของหมอดูชื่อดังที่จะมาบอกว่า ราศีไหนโชคดี ราศีไหนโชคร้าย คนเกิดปีไหนเป็นปีชง คนจำนวนมากอยากได้คำทำนายสั้นๆว่า ตกลงปีนี้ดวงดีหรือดวงร้าย?

ในฐานะนักโหราศาสตร์ อยากจะบอกว่า หลายครั้งมันไม่ได้พยากรณ์ง่ายอย่างนั้น ชีวิตคนเรามีความซับซ้อน มีดีมีร้าย มีขึ้นมีลง ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ มีสรรเสริญมีนินทา มีสุขมีทุกข์ ปนเปกันไป การวิเคราะห์ดวงชะตาคนเรา ถ้าจะให้เกิดประโยชน์กันจริงๆ ก็ต้องดูวิเคราะห์เป็นรายคน

เวลานักโหราศาสตร์พยากรณ์ดวงดีดวงร้ายอย่างง่ายๆ มักใช้ดาวเคราะห์สำคัญ 2 ดวงในการพยากรณ์ นั่นคือ ดาวพฤหัส ดาวประธานฝ่ายดี กับดาวเสาร์ ดาวประธานฝ่ายร้าย ถ้าพฤหัสโคจรมาถึงจุดเจ้าชะตาก็ทายไปคร่าวๆว่า ดวงดี ถ้าเสาร์โคจรมาถึงจุดเจ้าชะตา ก็ทายไปว่า ดวงไม่ดี ซึ่งหลายครั้งก็เป็นอย่างนั้น แต่หลายครั้งดาวทั้งสองดวงก็มาพร้อมๆกัน เรื่องราวก็ย่อมซับซ้อนขึ้น

อ.วิโรจน์ กรดนิยมชัย อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาโหราศาสตร์ยูเรเนียนให้ผม ได้สอนไว้ว่า ดาวทุกดวงมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ดาวพฤหัสมีลักษณะของการขยายตัว เพิ่มพูน คนจึงรู้สึกว่าเป็นดาวที่ดี แต่ด้านลบของดาวพฤหัสคือ การขยายตัวมากเกินไปคือ ความโลภที่นำไปสู่ความล้มเหลวในเวลาต่อมา หรือคนเป็นโรคร้ายอยู่ เจอดาวพฤหัสเข้าไปกลายเป็นโรคกระจายไปทั่วได้ ส่วนดาวเสาร์ คือภาวะการถูกจำกัด การหดตัว คนจึงรู้สึกว่าเป็นทุกข์ แต่ด้านดีของเสาร์คือ ความอดทน ความขยัน ความมุ่งมั่น ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้

เราลองมาดูตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ ๕ ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ด้วยวัยเพียง ๑๕ พรรษา คนทั่วไปมักมองเหตุการณ์เช่นนี้ว่า เป็นช่วงดวงดี เพราะได้เลื่อนขั้นเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่หารู้ไม่ว่า พระองค์ท่านต้องเผชิญกับความทุกข์มากมายแค่ไหนในช่วงเวลานั้น

ในพระราชหัตถเลขาที่รัชกาลที่ ๕ ทรงลิขิตไปถึงสมเด็จเจ้าฟ้าพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ได้ทรงเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ว่า

“คำซึ่งกล่าวว่า ได้รับสิริราชสมบัติเป็นคำไพเราะจริงหนอ เพราะสมบัติย่อมเป็นที่ปรารถนาของบุคคลทั่วหน้า…
แต่ความจริงหาเป็นเช่นความคาดหมายของคนทั้งปวงดังนั้นไม่ เวลาซึ่งกล่าวมาแล้ว อันจะพูดตามคำไทยอย่างเลวๆ ว่ามีบุญขึ้นนั้น ที่แท้เป็นผู้มีกรรมและมีทุกข์ยิ่งขึ้น ดังต่อพ่อได้เป็นมาเอง…
ส่วนตัวพ่อเองยังเป็นเด็กอายุเพียงเท่านั้น ไม่มีความสามารถรอบรู้ในราชการอันใดที่จะทำการตามหน้าที่แม้แต่เพียงเสมอเท่าที่ทูลกระหม่อมทรงประพฤติมาแล้วได้ ยังซ้ำเจ็บเกือบจะถึงแก่ความตาย อันไม่มีผู้ใดสักคนเดียวซึ่งจะเชื่อว่าจะรอด ยังซ้ำถูกอันตรายอันใหญ่ คือทูลกระหม่อมเสด็จสวรรคต ในขณะนั้นเปรียบเสมือนคนที่ศีรษะขาดแล้ว จับเอาแต่ร่างกายขึ้นตั้งไว้ในที่สมมติกษัตริย์เหลือที่จะพรรณนาถึงความทุกข์อันต้องเป็นกำพร้าในอายุเพียงเท่านั้น และความหนักของมงกุฎอันเหลือที่คอจะทานไว้ได้ ถึงมีศัตรูซึ่งมุ่งหมายอยู่โดยเปิดเผยรอบข้างทั้งภายในภายนอกเอาทั้งในกรุงเองและต่างประเทศ ทั้งโรคภัยในกายเบียดเบียฬแสนสาหัส เพราะฉะนั้น พ่อจึงถือว่าวันนั้นเป็นวันเคราะห์ร้ายอย่างยิ่งอันตั้งแต่เกิดมาพึ่งจะได้มีแก่ตัว…”

เราลองมาวิเคราะห์ดวงพระราชชาตาของพระองค์ท่านในช่วงเวลานั้นกัน โดยใช้หลักโหราศาสตร์ยูเรเนียน บนจานคำนวณ 90 องศา

ขณะนั้น ดาวเสาร์บวกโค้งสุริยยาตร์ (Sa v1) ไปเท่ากับ ดาวพฤหัสกำเนิด แปลง่ายๆว่า ความทุกข์ความพลัดพรากนำไปสู่ความก้าวหน้า ส่งผลให้ เมื่อพระองค์ต้องทุกข์โทมนัสกับการเสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ ๔ พระราชบิดาของพระองค์เมื่อ ๑ ตุลาคม  อีกทั้งพระองค์เองก็ประชวรหนักเช่นกันถึงขั้นตอนสรงน้ำพระบรมศพรัชกาลที่ ๔ พระองค์เสด็จดำเนินยังไม่ได้ ต้องทรงพระเสลี่ยงเก้าอี้หามเข้าไปถึงข้างใน (ตามอิทธิพลดาวเสาร์) แม้อยู่ในภาวะทุกข์ขนาดนั้น พระองค์ก็ได้รับสิริราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๕​ แห่งราชวงศ์จักรี (ตามอิทธิพลดาวพฤหัส)

หากเราวิเคราะห์ดวงพระราชชาตาให้ลึกลงไปแบบโหราศาสตร์ยูเรเนียน เราสามารถตั้งจุด พระมหากษัตริย์/ผู้นำประเทศได้จาก ศูนย์รังสี อาทิตย์/โครโนส ทำมุมเท่ากับ เมอริเดียน/เสาร์ หมายความว่า เมื่อพระองค์ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ ต้องประสบกับความทุกข์ความพลัดพรากไปพร้อมกัน

จะเห็นได้ว่า การบอกว่า ดวงดี ดวงร้าย นั้น ทำได้ไม่ง่ายนัก ต้องวิเคราะห์หลายแง่หลายมุม โดยเฉพาะดวงกำเนิด เพราะหลายๆคน พื้นดวงบอกไว้ว่า ความสำเร็จ (พฤหัส) มาพร้อมกับข้อจำกัด (เสาร์) เวลาได้ลาภก็มีความทุกข์พ่วงมาด้วย ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมักให้คำแนะนำว่า อยากได้ความสำเร็จ (พฤหัส) ก็ต้องอดทนขยันหมั่นเพียร (เสาร์) แต่หากมัวแต่เพลิดเพลินกับโชคลาภความสำเร็จ (พฤหัส) สุดท้ายอาจต้องพบกับความทุกข์ (เสาร์) แทน

***************************************
โดย พัลลาส Pallas@horauranian.com
15 มกราคม 2561
***************************************

ดาว 4 ดวงในราศีมกร ในวันปีใหม่ 2561 ่2 มกราคม, 2018

Posted by starseerblog in จังหวะฟ้า.
Tags:
add a comment

สวัสดีปีใหม่ 2561

ท้องฟ้าในขณะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ มีดาว 4 ดวงอยู่ใน ราศีมกร ได้แก่ ดาวเสาร์ ดาวศุกร์ อาทิตย์ ดาวพลูโต

ราศีมกร คือราศีของความอดทน จริงจัง ขยัน ไม่ย่อท้อ ดาวเสาร์ คือดาวประจำราศีมกร ก็ให้ความหมายเช่นเดียวกัน หลายคนกลัวราศีมกร หลายคนกลัวดาวเสาร์ แต่อย่าลืม หากไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่เผชิญหน้ากับปัญหา แล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

เรามาขยัน มุ่งมั่น อดทน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มีความสุข อย่างเจ้าแพะ (สัตว์ประจำราศีมกร) ทั้งสี่ตัวนี้กันดีกว่า

อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย ท่านกรุณาแปลความหมายของดาวทั้งสี่ดวงในราศีมกร ไว้ว่า “เก็บเงินไว้เลี้ยงชีพ”

เครดิตภาพ แพะยิ้มทั้งสี่ จาก Ronnie Grishman

***************************************
โดย พัลลาส Pallas@horauranian.com
2 มกราคม 2561
***************************************

 

ปรากฏการณ์ฟ้า 2561 ่26 ธันวาคม, 2017

Posted by starseerblog in จังหวะฟ้า.
Tags:
add a comment

ปรากฏการณ์ฟ้า 2561

โดย พัลลาส (Pallas@horauranian.com)
26 ธันวาคม 2560

คำนวณโดยใช้จักรราศีแบบสายนะ (Tropical Zodiac) ที่ใช้ในโหราศาสตร์สากล (ซึ่งจะไม่ตรงกับจักรราศีนิรายนะที่ใช้ในโหราศาสตร์ไทย) และบอกเวลา ณ เวลามาตรฐานประเทศไทย คำนวณลัคนาและเมอริเดียน ณ กรุงเทพฯ

ปี พ.ศ.2561 หรือ ค.ศ. 2018 มี อุปราคา หรือ คราส (Eclipse) เกิดขึ้นทั้งหมด 5 ครั้ง (มากกว่า ปี 2560 ที่เกิด 4 ครั้ง) ดังต่อไปนี้

1.จันทรุปราคาเต็มดวง 31 ม.ค. 2561 เวลา 20:30 น. ตำแหน่งคราส ราศีสิงห์ 11 องศา 38 ลิบดา ขนาดของคราส 1.315 ประเทศไทยสามารถมองเห็นได้

2.สุริยุปราคาบางส่วน 16 ก.พ. 2561 เวลา 3:51 น. ตำแหน่งคราส ราศีกุมภ์ 27 องศา 07 ลิบดา ขนาดของคราส 0.599

3.สุริยุปราคาบางส่วน 13 ก.ค. 2561 เวลา 10:01 น. ตำแหน่งคราส ราศีกรกฎ 20 องศา 42 ลิบดา ขนาดของคราส 0.337

4.จันทรุปราคาเต็มดวง 28 ก.ค. 2561 เวลา 3:22 น. ตำแหน่งคราส ราศีกุมภ์ 4 องศา 45 ลิบดา ขนาดของคราส 1.609 ประเทศไทยสามารถมองเห็นได้

5. สุริยุปราคาบางส่วน 11 สิงหาคม 2561 เวลา 16:46 น.ตำแหน่งคราส ราศีสิงห์ 18 องศา 41 ลิบดา ขนาดของคราส 0.737

วันเวลาที่ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าจรราศี เพื่อใช้คำนวณดวงชะตาแต่ละไตรมาส ได้แก่

1) วสันตวิษุวัต (Spring Equinox) 20 มีนาคม 2561 เวลา 23:17 น. ลัคนาอยู่ 9 ธนู เมอริเดียนอยู่ 11 กันย์

2) ครีษมายัน (Summer Solstice) 21 มิถุนายน 2561 เวลา 17:08 น. ลัคนาอยู่ 8 ธนู เมอริเดียนอยู่ 10 กันย์

3) ศารทวิษุวัต (Autumn Equinox) 23 กันยายน 2561 เวลา 8:55 น. ลัคนาอยู่ 10 พิจิก เมอริเดียนอยู่ 9 สิงห์

4) เหมายัน (Winter Solstice) 22 ธันวาคม 2561 เวลา 5:24 น. ลัคนาอยู่ 12 ธนู เมอริเดียนอยู่ 16 กันย์

ดูจากตำแหน่งลัคนาและเมอริเดียนของวันสำคัญทั้งสี่แล้ว พบว่า สำหรับผู้ที่เกิดราวๆ 2-3 กันยายน และ 1-2 ธันวาคม แล้ว ปี 2561 น่าจะเป็นปีสำคัญและท้าทายของพวกเขาเลยทีเดียว

ลักษณะการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ ในปี 2561

เริ่มจากดาวพุธโคจรพักร์ (ถอยหลัง) ปี 2561 นี้มีทั้งหมด 3 ครั้ง
ครั้งแรก เริ่ม 23 มี.ค. 2561 เวลา 7:18 น. จนถึง 15 เม.ย. 2561 เวลา 16:22 น.
ครั้งที่ 2 เริ่ม 26 ก.ค. 2561 เวลา 12:03 น. ถึง 19 ส.ค. 2561 เวลา 11:25 น.
ครั้งที่ 3 เริ่ม 17 พ.ย. 2561 เวลา 8:33 น. ถึง 7 ธ.ค. 2561 เวลา 4:25 น.
ช่วงเวลาดังกล่าว ควรระมัดระวังการทำข้อตกลงสัญญาครับ

ดาวศุกร์ อยู่ราศีมกรตอนเริ่มปี โคจรถอยหลัง 1 ครั้ง ระหว่าง 6 ต.ค. – 16 พ.ย. 2561

ดาวอังคาร อยู่ในกลางราศีพิจิกตอนเริ่มปี โคจรถอยหลัง 1 ครั้ง ระหว่าง 27 มิ.ย. – 27 ส.ค. 2561 ตอนสิ้นปีอยู่ราศีมีน

ดาวพฤหัส
เริ่มต้นปีอยู่ที่ตำแหน่ง 17 องศา ราศีพิจิก
เริ่มโคจรถอยหลังในวันที่ 9 มี.ค. 2561 เวลา 11:47 น. ที่ตำแหน่ง 23 องศาราศีพิจิก โดยถอยไปจนถึง 13 องศาราศีพิจิก และกลับมาโคจรเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 11 ก.ค. 2561 เวลา 00:04 น.
จนกระทั่งยกเข้าราศีธนู ในวันที่ 8 พ.ย. 2561 เวลา 19:40 น. ตำแหน่งส่งท้ายปีที่ 11 องศาราศีธนู
ชาวราศีพิจิก (หรือผู้ที่เกิดระหว่าง 23 ต.ค.-21 ธ.ค.) ถือว่าอยู่ในจังหวะก้าวหน้าเติบโตของชีวิต

ดาวเสาร์
เริ่มต้นปีอยู่ที่ตำแหน่ง 1 องศา ราศีมกร
พอมาถึงตำแหน่ง 9 องศา 8.9 ลิบดา ราศีมกร ก็จะเริ่มโคจรถอยหลังตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2561 เวลา 8:48 น. จนถึงตำแหน่ง 2 องศา 32.5 ลิบดา ราศีมกร ก็จะเริ่มโคจรเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 6 ก.ย. 2561 เวลา 18:10 น.
ตำแหน่งวันสิ้นปี 2561 อยู่ที่ 11 องศา 22.6 ลิบดา ราศีมกร
ชาวราศีมกร (หรือผู้ที่เกิดระหว่าง 22 ธ.ค.-20 ม.ค.) ต้องอดทนกับข้อจำกัดและการเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิต จนถึงปี 2020 ปัญหาจึงจะคลี่คลายไป

ดาวมฤตยู
เริ่มต้นปีที่ตำแหน่ง 24 องศา 34.3 ลิบดา ราศีเมษ โดยกำลังโคจรถอยหลังอยู่ และจะเริ่มโคจรเดินหน้าในวันที่ 2 ม.ค. 2561
จากนั้น จะยกเข้าราศีพฤษภ ในวันที่ 15 พ.ค. 2561
และเริ่มโคจรถอยหลังอีกครั้งในวันที่ 7 ส.ค. 2561 ที่ตำแหน่ง 2 องศา 33.6 ลิบดา ราศีพฤษภ โดยถอยหลังจนกลับเข้าไปในราศีเมษในวันที่ 7 พ.ย. 2561
ตำแหน่งสิ้นปี 2561 อยู่ที่ 28 องศา 36.9 ลิบดา ราศีเมษ โดยยังโคจรถอยหลังอยู่

ดาวเนปจูน อยู่ในราศีมีนตลอดปี
เริ่มต้นปีที่ตำแหน่ง 11 องศาราศีมีน
เริ่มโคจรถอยหลังตั้งแต่ 19 มิ.ย. 2561 ที่ตำแหน่ง 16 องศาราศีมีน โดยจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย. 2561
ตำแหน่งสิ้นปี 2561 อยู่ที่ 14 องศา ราศีมีน

ดาวพลูโต อยู่ในราศีมกร ตลอดปี โดยจะโคจรถอยหลังระหว่าง 22 เม.ย. 2561 จนถึง 1 ต.ค. 2561

ราหู (จริง) เริ่มปีในราศีสิงห์ ย้ายเข้าราศีกรกฎในวันที่ 6 พ.ย. 2561

การทำมุมสำคัญของดาวเคราะห์ชั้นนอกในปี 2561

1 ก.พ. วัลคานุส ถอยเข้า ราศีกรกฎ
2 ก.พ. พลูโต ตั้งฉาก เซอุส
13 ก.พ. เสาร์ เล็ง ฮาเดส
18 ก.พ. เนปจูน ตรีโกณ โพไซดอน
20 เม.ย. แอดเมตอส ยกเข้าราศีมิถุน
8 พ.ค. มฤตยู ตั้งฉาก วัลคานุส
8 พ.ค. มฤตยู ตรีโกณ คิวปิโด
25 พ.ค. พฤหัส ตรีโกณ เนปจูน
13 มิ.ย. เสาร์ เล็ง ฮาเดส
14 มิ.ย. มฤตยู เล็ง อพอลลอน
23 มิ.ย. วัลคานุส ยกเข้า ราศีสิงห์
19 ส.ค. พฤหัส ตรีโกณ เนปจูน
7 ก.ย. พลูโต ตั้งฉาก เซอุส
22 ก.ย. มฤตยู เล็ง อพอลลอน
7 ต.ค. มฤตยู ตั้งฉาก วัลคานุส
12 พ.ย. พฤหัส เล็ง แอดเมตอส
14 พ.ย. พฤหัส ตรีโกณ วัลคานุส
4 ธ.ค. เสาร์ เล็ง ฮาเดส
4 ธ.ค. มฤตยู ตรีโกณ​ คิวปิโด
31 ธ.ค. เสาร์ เล็ง โครโนส

ภาพดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีมกร 21 ธ.ค. 2561 เพื่อดูความเป็นไปโลกในปี 2561

คัมภีร์เตตราบิโบลส ต้นธารของโหราศาสตร์ไทยและยูเรเนียน ่8 พฤศจิกายน, 2017

Posted by starseerblog in เกร็ดโหรา.
Tags: , , ,
add a comment

โดย พัลลาส (Pallas@horauranian.com)
เขียนเมื่อ สิงหาคม 2553
เพื่อลงในหนังสืองานวันโหรจรัญ ประจำปี 2553

เมื่อ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมกิจกรรม “๓๒๕ ปี จันทรุปราคาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช” กับสมาคมดาราศาสตร์ไทยและมูลนิธิสมาคมโหรฯ ตอนนั้นผมได้ถือหนังสือ “Tetrabiblos” ติดมือไปด้วย ระหว่างนั่งคุยกัน ผมได้เกริ่นกับอาจารย์อารี สวัสดี และอาจารย์พลังวัชร์ว่ากำลังอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ โดยคิดไว้ว่าอยากแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยเพื่อให้นักโหราศาสตร์ไทยที่อาจไม่ถนัดภาษาต่างประเทศได้อ่านกัน เพราะถือว่าเป็นตำราโหราศาสตร์คลาสสิคตลอดกาล อาจารย์อารี ท่านจึงได้ให้คำแนะนำว่า คัมภีร์นี้เป็นที่มาของโหราศาสตร์ทั้งไทย อินเดีย และฝรั่ง เป็นคัมภีร์ที่น่าศึกษา ต่อมา เมื่อใกล้ถึงงานวันโหรจรัญปีนี้ อาจารย์อารีท่านจึงบอกผมว่า น่าจะเขียนเรื่อง Tetrabiblos เป็นบทความลงในหนังสืองานวันโหรจรัญด้วย จึงเป็นที่มาของบทความนี้

คัมภีร์เตตราบิโบลส (Tetrabiblos) เป็นคัมภีร์ที่เขียนขึ้นโดยทอเลมี (Ptolemy) ปรมาจารย์ด้านคณิตศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ของโลก เมื่อสองพันปีก่อน คนไทยมักจะคุ้นกับชื่อของท่านว่า ปโตเลมี มากกว่า ทอเลมี เข้าใจว่าเป็นเพราะแปลงจากตัวอักษรอังกฤษเป็นไทยโดยตรง แต่หากทับศัพท์ด้วยการอ่านออกเสียงในภาษาอังกฤษแล้ว ต้องอ่านว่า ทอเลมี รวมถึงในพจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์อังกฤษ-ไทยของสมาคมดาราศาสตร์ก็ระบุว่า ทอเลมี ผมจึงตัดสินใจใช้คำว่า ทอเลมี ในบทความนี้

ptolemyทอเลมีเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณ ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 100-178 (บ้างก็ว่า ค.ศ. 90-168) ว่ากันว่า ท่านเป็นชาวโรมันที่อยู่ในเมืองอเล็กซานเดรีย อียิปต์ งานเขียนของท่านครอบคลุมมีด้วยกันหลายเล่ม แต่ที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์มีอยู่ 2 เล่ม นั่นคือ อัลมาเจสต์ (Almagest) ว่าด้วยการคำนวณตำแหน่งดวงดาว และเตตราบิโบลส (Tetrabiblos) ว่าด้วยการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ ผมเองนั้นไม่ถนัดนักเรื่องโหราศาสตร์ภาคคำนวณ จึงสนใจคัมภีร์เตตราบิโบลสมากกว่า

คัมภีร์เตตราบิโบลสนั้นแปลว่า คัมภีร์ 4 เล่ม มาจาก Tetra แปลว่า สี่, Biblos แปลว่า ตำราหรือคัมภีร์ ในคัมภีร์นี้จึงแบ่งเป็น 4 ภาคหรือ 4 เล่มตามชื่อคัมภีร์ เล่มแรกว่าด้วยพื้นฐานความรู้ต่างๆทางโหราศาสตร์ เช่น ดาวศุภเคราห์ บาปเคราะห์, เพศชาย-หญิง, กลางวัน-กลางคืน, ธาตุสี่, ตำแหน่งเกษตร อุจจ์ ฯลฯ เล่มที่สองเกี่ยวกับการพยากรณ์ดวงเมืองและประมุขของประเทศ รวมถึงเรื่องคราส เล่มที่สามและสี่ เป็นการพยากรณ์ดวงชะตาบุคคล เช่น การปรับแก้เวลาเกิด, บิดามารดา, พี่น้อง, ฝาแฝด, การแต่งงาน, อาชีพการงาน, เพื่อนและศัตรู, การเดินทาง, ความตาย, ความมั่งคั่งร่ำรวย, ฯลฯ

เมื่อผมได้อ่านคัมภีร์เล่มนี้แล้ว ผมรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของทอเลมี เพราะความรู้โหราศาสตร์ที่ผมได้ศึกษาเล่าเรียนในปัจจุบันต่างก็มีรากฐานมาจากคัมภีร์เตตราบิโบลสด้วยกันทั้งสิ้น ผมเคยพูดเล่นๆกับเพื่อนว่า กว่า 70-80% ของความรู้โหราศาสตร์ในโลกปัจจุบันมาจากความรู้ของโหรยุคทอเลมี พูดอีกแง่หนึ่งก็คือ ตลอดระยะเวลา 2,000 ปีที่ผ่านมา โลกโหราศาสตร์สามารถพัฒนาองค์ความรู้โหราศาสตร์เพิ่มเพียง 20-30% เท่านั้นเอง

อาจารย์อารี ท่านเคยสอนเอาไว้ว่า รากฐานของโหราศาสตร์ไทยนั้นมาจากโหราศาสตร์สมัยกรีก โดยมีร่องรอยให้สืบสาวได้จากคัมภีร์สุริยยาตร์ และคัมภีร์เตตราบิโบลส สำหรับคัมภีร์สุริยยาตร์นั้น คงต้องไปถามผู้เชี่ยวชาญคัมภีร์สุริยยาตร์อย่าง อ.พลังวัชร์ แต่เท่าที่ผมอ่านอ่านคัมภีร์เตตราบิโบลส ก็เห็นหลักฐานความเป็นต้นธารของความรู้จากเมืองอเล็กซานเดรีย มาสู่โหราศาสตร์ในโลกปัจจุบันชัดเจน

ในคัมภีร์เตตราบิโบลส เล่มแรก เริ่มด้วยการประกาศแยกโหราศาสตร์ออกเป็น 2 แขนง คือโหราศาสตร์ภาคคำนวณ และโหราศาสตร์ภาคพยากรณ์ อิทธิพลจากคำประกาศของทอเลมีตรงนี้ ทำให้โหราศาสตร์ก็แบ่งเป็นสองแขนงใหญ่ๆจนกระทั่งทุกวันนี้ ทอเลมีเองก็ได้แยกความรู้สองสายนี้ออกเป็น คัมภีร์อัลมาเจสต์ สำหรับโหราศาสตร์ภาคคำนวณ และคัมภีร์เตตราบิโบลส สำหรับโหราศาสตร์ภาคพยากรณ์

คำประกาศในบทต่อมาของทอเลมีเป็นการนำโหราศาสตร์เข้าสู่ความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง โดยบอกว่า โหราศาสตร์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการดลบันดาลของเทพเจ้าทั้งหลาย แต่ความเชื่อมโยงของปัจจัยบนฟากฟ้ากับมนุษย์บนโลกที่เป็นหลักการพื้นฐานของโหราศาสตร์นั้นมาจากอิทธิพลของมหาภูตรูปหรือธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ไฟ ดิน ลม น้ำ เมื่อมนุษย์เกิดมา ก็ซึมซับเอาคุณสมบัติของสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้น มาเป็นแผนที่ชีวิตของตน หาได้มาจากการดลบันดาลของเทพเจ้าใดๆไม่ ทอเลมีได้อธิบายเรื่องธาตุทั้งสี่ค่อนข้างละเอียด โดยบอกว่ามาจากคุณสมบัติพื้นฐาน 2 คู่ นั่นคือ ร้อน-เย็น และ ชื้น-แห้ง เรื่องธาตุทั้งสี่เป็นพื้นฐานของโหราศาสตร์ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ไทย หรือสากล ในตำราของพลตรีประยูร พลอารีย์ ก็ได้กล่าวถึงความสำคัญของเรื่องธาตุไว้อย่างละเอียดและพิสดาร โหรใดไม่เข้าใจธาตุทั้งสี่ ก็ถือว่าขาดพื้นฐานสำคัญของวิชานี้ไปอย่างน่าเสียดาย

เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นความเป็นต้นธารของเตตราบิโบลสที่ส่งต่อมายังโหราศาสตร์ยุคปัจจุบัน ผมจึงขอยกตัวอย่างคำสอนบางส่วนของทอเลมีที่ส่งอิทธิพลต่อโหราศาสตร์มาถึงปัจจุบันมาเล่าให้ฟัง ที่บอกว่าบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมดนั้น เพราะว่าคัมภีร์เตตราบิโบลสมีเนื้อหาค่อนข้างมาก แม้ว่าขนาดหนังสือไม่หนามากนัก แต่ประโยคที่เขียนขึ้นแต่ละประโยคนั้นแฝงความหมายไว้ลึกซึ้ง และต้องยอมรับว่าบางส่วนผมเองก็ยังอ่านไม่ทะลุเท่าไรนัก จึงสุดวิสัยที่จะนำมาเล่าทั้งหมด

เรื่องแรกที่ขอนำมาเล่า คือ การที่ทอเลมีได้แบ่งดาวเคราะห์ออกเป็น 3 พวก คือ ดาวศุภเคราะห์ (Benefics) หรือดาวที่ให้คุณ ได้แก่ ดาวพฤหัส ดาวศุกร์ ดาวจันทร์, ดาวบาปเคราะห์ (Malefics) หรือดาวให้โทษ ได้แก่ ดาวอังคาร และดาวเสาร์, และดาวอัพยากฤต หรือดาวที่เป็นกลาง ได้แก่ อาทิตย์ กับดาวพุธ นี่เป็นรากฐานของการพยากรณ์มาถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม โหราศาสตร์ในโลกยุคใหม่ได้พัฒนาหลักการนี้จนยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ดาวทุกดวงต่างมีด้านดีและด้านร้ายด้วยกันทั้งสิ้น เหมือนเหรียญมีสองด้าน ดาวอังคารแม้อาจให้โทษในแง่ความขัดแย้ง แต่ก็ให้คุณในแง่ความขยันขันแข็ง ตรงนี้หากเรากลับไปอ่านคัมภีร์เตตราบิโบลสให้ละเอียด เราจะพบว่า ทอเลมีได้ให้เหตุผลว่าทำไมดาวดวงนี้ถึงเป็นบาปเคราะห์ หรือทำไมดาวดวงนี้ถึงเป็นศุภเคราะห์ เช่น ดาวเสาร์เป็นบาปเคราะห์เพราะให้คุณสมบัติเย็นเกินไป, อังคารนั้นแห้งเกินไป ส่วนดาวพฤหัสนั้นให้ความอบอุ่นที่พอดีจึงเป็นดาวศุภเคราะห์ เป็นต้น เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้ว ก็จะพบว่า สิ่งที่ทอเลมีสอนไม่ได้ต่างอะไรในเชิงปรัชญากับโหราศาสตร์ยุคใหม่เลย

ต่อมา คือเรื่องเพศ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทอเลมีได้เขียนไว้ นั่นคือ ธรรมชาตินั้นมี 2 เพศ คือ ชายและหญิง โดยอาทิตย์ เสาร์ พฤหัส และอังคาร เป็นเพศชาย จันทร์ และศุกร์ เป็นเพศหญิง ส่วนดาวพุธนั้นไม่แบ่งเพศ รวมถึงได้กล่าวถึงเรื่อง กลางวัน-กลางคืน กลางวันนั้นให้ความร้อนและพลังงานจึงเป็นเพศชาย ส่วนกลางคืนให้ความชุ่มชื้นและการพักผ่อนจึงเป็นเพศหญิง พื้นฐานข้อนี้มีอยู่ในทั้งโหราศาสตร์ไทย สากล และยูเรเนียน เช่นเดียวกับเรื่องธาตุทั้งสี่นั่นเอง

ทอเลมีเป็นโหราจารย์ยุคแรกๆที่แบ่งจักรราศีออกตามฤดูกาล หรือเรียกกันในปัจจุบันว่า จักรราศีแบบสายนะ (Tropical Zodiac) โดยกล่าวถึงการแบ่งฤดูกาลเป็น 4 ฤดูในแต่ละปี ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ทอเลมีระบุว่า จุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) เป็นจุดเริ่มต้นของราศีเมษ เพราะความชุ่มชื้นของฤดูใบไม้ผลิก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นของจักรราศี นี่ชี้ให้เห็นชัดเจนในความเป็นต้นธารมาสู่โหราศาสตร์ฝั่งตะวันตก รวมถึงยูเรเนียน ในปัจจุบัน

เรื่องมุมสัมพันธ์ก็เช่นกัน ทอเลมีได้อธิบายในเตตราบิโบลสไว้ละเอียดเกี่ยวกับการนำเรขาคณิตมาอธิบายโครงสร้างความสัมพันธ์ของมุมในวงกลม จนกลายเป็นความสัมพันธ์เชิงมุม 5 แบบ คือมุมกุม (Conjunct 0°), มุมเล็ง (Opposite 180°), มุมตรีโกณ (Trine 120°), มุมฉาก (Square 90°) และมุมโยค (Sextile 60°) มุมทั้งห้านี้ ปัจจุบันเรียกกันว่า มุมทอเลมี (Ptolemaic Aspects) และเป็นหลักสำคัญของโหราศาสตร์ยุคปัจจุบัน ในโหราศาสตร์ไทยนั้น การดู ดวงอีแปะ ก็จะเน้นการทำมุม 5 แบบนี้เช่นกัน โดยมุมอีก 2 มุมที่เหลือ คือมุมปลายหอก (Inconjunct 150°) และมุมขนาบ (Semi-Sextile 30°) ถือว่าเป็นมุมรองลงไป ส่วนโหราศาสตร์สากลนั้นมีการพัฒนามุมรอง เช่น มุม 30°, 45°, 72°, 135°, 144°, 150° ฯลฯ ขึ้นมาในยุคกลาง แต่หลักใหญ่ก็ยังใช้มุมทอเลมีนั่นเอง จะมีแต่โหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ท่านอัลเฟรด วิตเตอ พัฒนาขึ้นมาเท่านั้น ที่ให้อิทธิพลของมุม 0°, 180°, 90°, 45°, 135° หรือมุมแข็ง (Hard Aspects) โดดเด่นกว่ามุมตรีโกณหรือมุมโยค

สำหรับมุมปลายหอก (Inconjunct 150°) นั้น ทอเลมีได้แยกอธิบายออกมา 1 บทเป็นการเฉพาะ โดยระบุว่าเป็นมุมที่แตกต่างกัน (Inconjunct and Separated) เพราะมุมนี้แบ่งวงกลมจักรราศีออกเป็นส่วนที่ไม่เท่ากัน มุมนี้จึงไม่ได้รวมเข้าไปในมุมของทอเลมี

ทอเลมีได้จัดให้ดาวเคราะห์ครองราศีต่างๆ หรือเรียกกันว่า ดาวเกษตร โดยเริ่มต้นกำหนดให้จันทร์และอาทิตย์ครองราศีทางทิศเหนือสุดของโลก นั่นคือ ราศีกรกฎ (เพศหญิง) และราศีสิงห์ (เพศชาย) จากนั้นกำหนดให้ราศีจากสิงห์ถึงมกรเป็นอัฒจักรฝ่ายสุริยะ และให้ราศีจากกุมภ์ถึงกรกฎเป็นอัฒจักรฝ่ายจันทรา แล้วกำหนดให้ดาวเคราะห์ที่เหลือเป็นเกษตร 2 ราศี ครองทั้งราศีฝ่ายสุริยะและฝ่ายจันทรา เริ่มต้นจากดาวเสาร์ที่มีลักษณะหนาวเย็นจึงให้อยู่ไกลจากดาวที่มีแสงสว่างทั้งอาทิตย์และจันทร์มากที่สุด คือราศีมกรและกุมภ์ จากนั้นไล่ย้อนหลังกลับมาคือ ดาวพฤหัสครองราศีธนูและมีน ดาวอังคารครองราศีพิจิกและเมษ ดาวศุกร์ครองราศีตุลและพฤษภ สุดท้ายดาวพุธครองราศีกันย์และมิถุน การจัดดาวเคราะห์ครองเกษตร 2 ราศีเช่นนี้เป็นระบบที่ใช้มายาวนานจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โหรไทยส่วนใหญ่ก็ยังใช้ดาวเกษตรสองราศีเช่นนี้เหมือนกับทอเลมี แม้ว่าเมื่อมนุษย์ค้นพบดาวมฤตยู เนปจูน พลูโต และโหรยุคใหม่ก็จัดให้ดาวทั้งสามดวงครองราศีต่างๆ แต่โหรไทยส่วนใหญ่และโหรสากลที่ใช้หลักกาลชะตา (Horary) แบบดั้งเดิมก็ยังคงนิยมดาวเกษตร 2 ราศีตามแบบของทอเลมีเมื่อสองพันปีก่อนเช่นเดิม

สำหรับดาวอุจจ์ (Exaltation) หรือบางครั้งก็นิยมเรียกว่า มหาอุจจ์ นั้น ทอเลมีอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียดกว่าตำราโหราศาสตร์ทั่วไป เช่น อาทิตย์เริ่มโคจรปัดขึ้นเข้าสู่อัฒจักรภาคเหนือเมื่อเข้าราศีเมษ และเป็นจุดเริ่มต้นที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน ทอเลมีจึงให้อาทิตย์เป็นอุจจ์ในราศีเมษ ฯลฯ โดยสรุปคือ ทอเลมีให้ อาทิตย์เป็นอุจจ์ในราศีเมษ เสาร์เป็นอุจจ์ในราศีตุล จันทร์เป็นอุจจ์ในราศีพฤษภ พฤหัสเป็นอุจจ์ในราศีกรกฎ อังคารเป็นอุจจ์ในราศีมกร ศุกร์เป็นอุจจ์ในราศีมีน และพุธเป็นอุจจ์ในราศีกันย์ การจัดดาวเคราะห์เป็นอุจจ์ในราศีต่างๆโดยทอเลมีนี้ก็ได้ส่งต่อมายังโหราศาสตร์ยุคปัจจุบันเช่นเดียวกับเรื่องดาวเกษตร

จุดเด่นประการหนึ่งของโหราศาสตร์ยูเรเนียนที่ท่านวิตเตอได้คิดค้นขึ้นมานั่นคือ การใช้กฎการสะท้อน (Antiscion) มาใช้อย่างพิสดาร ซึ่งท่านวิตเตอได้เคยชี้แจงต่อโหรยุคนั้นแล้วว่า สิ่งที่ท่านค้นพบไม่ได้เป็นของใหม่ แต่เป็นการแตกยอดออกจากตำราเตตราบิโบลสของทอเลมีนั่นเอง ผมได้ลองค้นดูพบว่า ทอเลมีได้กล่าวถึงอิทธิพลของดาวที่อยู่เดคลิเนชั่นเดียวกันแต่อยู่คนละด้านของเส้นศูนย์สูตร รวมถึงกล่าวถึงการสะท้อนจากแกนเมษ-ตุล และแกนกรกฎ-มกร ด้วย นั่นหมายถึงว่า เตตราบิโบลสก็มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อโหราศาสตร์ยูเรเนียนนั่นเอง นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงการนำจุดองคลาภ (Part of Fortune) ที่เป็นที่มาของพระเคราะห์สนธิ มาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตาอย่างพิสดารที่ทอเลมีอธิบายไว้ในเตตราบิโบลสเช่นกัน

ในเรื่องเรือนชะตานั้น ทอเลมีเองเขียนหลักการพยากรณ์โดยใช้เรือนชะตาไม่มากนัก ส่วนใหญ่การพยากรณ์ของทอเลมีจะเน้นไปที่การดูดาวเคราะห์ที่ให้อิทธิพลต่อเรื่องแต่ละเรื่องโดยตรงมากกว่า อย่างไรก็ตาม บางตอนของเตตราบิโบลส ทอเลมีได้อธิบายว่า เรือนที่ 1 เริ่มจากนับถอยหลังจากลัคนาไป 5 องศา และนับมา 30 องศา นั่นหมายความว่า เป็นเรือนชะตาแบบเท่า คือทุกเรือนมีความกว้างเท่ากับ 30 องศาทั้งหมด นอกจากนี้ โหราศาสตร์ในยุคกรีก (Hellenistic Astrology) มีการใช้เรือนชะตาแบบ Whole Signs อย่างแพร่หลาย เรือนชะตาแบบ Whole Signs นี้คือการที่ถือว่าเส้นแบ่งราศีคือเส้นแบ่งเรือน เรือนที่ 1 คือเรือนที่ ลัคนาสถิตอยู่ พูดง่ายๆคือเรือนชะตาแบบโหราศาสตร์ไทยนั่นเอง ข้อแตกต่างเล็กน้อยคือ โหรยุคโบราณมีการคำนวณเมอริเดียนใส่เข้าไปในดวงชะตาด้วย ซึ่งอาจทำให้เมอริเดียนไม่ได้อยู่ในเรือนที่ 10 ก็ได้ เรือนชะตาแบบ Whole Signs นี้ มีโหรต่างประเทศบางท่านเชื่อว่า เป็นระบบที่ทอเลมีใช้ แต่เท่าที่ผมอ่านในเตตราบิโบลส ก็ยังไม่เห็นว่าทอเลมีใช้ระบบดังกล่าว อีกทั้งโหรร่วมสมัยกับทอเลมีที่เขียนตำราเกี่ยวกับเรือนชะตาไว้ค่อนข้างมากก็คือ มาร์คัส มานิเลียส (Marcus Manilius) หากท่านใดสนใจเรื่องเรือนชะตาในยุคโบราณน่าจะไปค้นคว้าในคัมภีร์ Astronimica ของมานิเลียสมากกว่า

เท่าที่เล่ามานี้เป็นเพียงบางส่วนจากคัมภีร์เตตราบิโบลสเท่านั้น เนื้อหาในคัมภีร์ยังมีอีกมาก และเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ น่าศึกษา และสามารถนำมาต่อยอดให้กับโหราศาสตร์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้ ผมขอหยิบยกมาเพียงเท่านี้ ซึ่งก็เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้ว่า คัมภีร์เตตราบิโบลสเป็นต้นธารของโหราศาสตร์ไทยและยูเรเนียนจริงๆ และหวังไว้ว่า บทความนี้จะทำให้หลายๆท่านเริ่มสนใจศึกษาคัมภีร์เตตราบิโบลสเพื่อค้นหาเพชรน้ำเอกของโหราศาสตร์ร่วมกัน

สุริยุปราคาเต็มดวง พาดผ่านสหรัฐอเมริกา 21 ส.ค. 2017 ่21 สิงหาคม, 2017

Posted by starseerblog in จังหวะฟ้า.
Tags: ,
add a comment

โดย Pallas
20 สิงหาคม 2560

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2017 จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง มองเห็นได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยนั้นมองไม่เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะเวลานั้นด้านเราเป็นเวลากลางคืน สุริยุปราคาครั้งนี้ คนอเมริกันเรียกกันว่า The Great American Eclipse เพราะเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่พาดผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาเต็มๆ จะเรียกว่า พาดผ่านแบบสะพายแล่ง ก็น่าจะได้ และครั้งล่าสุดที่มีแนวสุริยุปราคาเต็มดวงที่ลากจากชายฝั่งด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่งของสหรัฐฯ เช่นนี้ ก็เมื่อ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1918 หรือ เมื่อ 99 ปีก่อนเลยทีเดียว ตอนนั้นเป็นช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่ในตอนแรก สหรัฐฯไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพราะส่วนใหญ่รบกันในยุโรป แต่ในปี 1917 สหรัฐฯได้ส่งทหารเข้าร่วมสงครามด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศที่สหรัฐฯส่งทหารไปรบนอกประเทศ

greatamericaneclipse21Aug2017

ที่น่าสังเกตประการหนึ่งคือ ลักษณะการพาดผ่านของแนวสุริยุปราคาของสหรัฐฯ ครั้งนี้ คล้ายกับ แนวคราสที่เกิดในประเทศไทยเมื่อ ตุลาคม 2538 ซึ่งน่าแปลกตรงที่หลังเหตุการณ์นั้น ผลการเลือกตั้งของไทยมีการเลือกพรรคการเมืองสองขั้วแบ่งตามแนวคราสครั้งนั้นค่อนข้างชัดเจน และส่งผลให้ต่อมาประเทศไทยก็เกิดความขัดแย้งทางความคิดจนประเทศเราติดกับดักการเมืองกว่าสองทศวรรษถึงทุกวันนี้ ก็ต้องดูต่อไปว่าที่สหรัฐฯจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเขามีประธานาธิบดีที่สร้างความแตกแยกในประเทศเขาอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์

ThailandSolarEclipseOct1995

สุริยคราสเต็มดวง 21 สิงหาคม 2017 นี้ เกิดขึ้นที่ตำแหน่ง 29 องศา ราศีสิงห์ ตามจักรราศีสายนะ (Tropical Zodiac) ที่ใช้ในโหราศาสตร์สากลและยูเรเนียน ตามตำราโหราศาสตร์บ้านเมือง (Mundane Astrology) ของ Raphael บอกว่า

คราสเกิดในราศีธาตุไฟ จะเกิดความเสียหายต่อปศุสัตว์, เกิดการพ้นตำแหน่ง การกักขัง หรือฆาตกรรมต่อผู้นำประเทศชั้นนำ, เกิดความไม่พอใจหรือความขัดแย้งในหมู่ประชาชน, มีการเคลื่อนไหวของกองทัพ การต่อสู้ ไฟไหม้ โรคระบาด และการขาดแคลนผลไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคราส

คราสเกิดในตรียางศ์สุดท้าย ราศีสิงห์ จะเกิดความเสื่อมเสียในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบสถ์ การจับกุม เข้ายึด และปล้นสะดมในเมือง

อ่านแล้วดูน่ากลัว แต่หนังสือเล่มนี้ของ Raphael ตีพิมพ์ครั้งแรกในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เล็กน้อย เนื้อหาจึงค่อนข้างไปในทางร้ายตามบรรยากาศของโลกยุคนั้น (แต่ใช่ว่า ยุคนี้จะดีกว่าหรือเปล่า?)

ในฐานะนักโหราศาสตร์ ก็คงต้องเฝ้าสังเกตเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไปครับ

ที่มาของไพ่ 3 เหรียญในชุดไรเดอร์เวท ่6 กุมภาพันธ์, 2017

Posted by starseerblog in คนมองฟ้าพยากรณ์, ไพ่ยิปซี.
Tags: , ,
add a comment

โดย พัลลาส (Pallas@horauranian.com)
5 กุมภาพันธ์ 2560

กล่าวได้ว่า ไพ่ทาโรต์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลกปัจจุบันนี้ คือ ไพ่ทาโรต์ชุด ไรเดอร์เวท (Rider-Waite Deck) หรือจริงๆแล้วควรเรียกว่า ไพ่ชุดเวทสมิธ (Waite-Smith Deck) ไพ่ชุดนี้ได้รับการจัดทำขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1910 หน้าไพ่วาดโดย พาเมลา โคลแมน สมิธ (Pamela Colman Smith) ภายใต้การกำกับแนวทางโดย อาเธอร์ เอ็ดเวิร์ด เวท (Arthur Edward Waite) และจัดพิมพ์โดย William Rider & Son ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุนี้ คนจึงนิยมเรียกว่า ไพ่ไรเดอร์เวท แต่ถ้าจะเรียกให้เกียรติแก่ผู้วาดภาพหน้าไพ่แล้ว ก็ควรจะเรียกว่า ไพ่เวทสมิธ มากกว่า

Marcus Katz และ Tali Goodwin ได้เขียนหนังสือ Secrets of the Waite-Smith Tarot ทำให้เราเข้าใจความลับที่ซ่อนในไพ่ชุดนี้มากขึ้น โดยเฉพาะที่มาที่ไประหว่างการวาดภาพหน้าไพ่ชุดนี้ของ พาเมลา สมิธ ในหนังสือเล่มดังกล่าว ผู้เขียนได้สรุปว่า พาเมลา สมิธ ได้แรงบันดาลใจในการวาดภาพอาคารสถานที่และฉากหลังของไพ่ชุดนี้มาจากสถานที่จริงๆ ในเมืองวินเชลซี (Winchelsea) ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบ้านของ เอลเลน เทอรี เพื่อนของพาเมลา ที่เชื่อกันว่า พาเมลา น่าจะเคยไปพักที่บ้านเพื่อนคนนี้ในช่วงเวลาก่อนที่จะได้มาออกแบบไพ่ทาโรต์ชุดสำคัญ

ในรูป เห็นได้ว่า ไพ่ 3 เหรียญ ได้แรงบันดาลใจมาจาก โบสถ์วินเชลซี อย่างชัดเจน ซุ้มโค้งของหน้าต่าง สอดคล้องกับภาพบนหน้าไพ่พอดี หากมองไปที่ซุ้มประตูโค้งทางซ้าย นักพยากรณ์ไพ่ทาโรต์น่าจะจินตนาการเห็นภาพไพ่ 10 เหรียญได้เช่นกัน และขอทายว่า หากใครมองเห็นภาพไพ่ 10 เหรียญตรงซุ้มประตูโค้งตรงนั้น ก็ขอให้ร่ำรวยสมหวังในเรื่องเงินทองตามความหมายของไพ่ 10 เหรียญกันทุกคนนะครับ

3pentacles_winchelseachurch

เครดิตภาพจาก Marcus Katz & Tali Goodwin

 

ปรากฏการณ์ฟ้า 2560 ่3 มกราคม, 2017

Posted by starseerblog in จังหวะฟ้า.
Tags: , ,
add a comment

ปรากฏการณ์ฟ้า 2560

โดย พัลลาส (Pallas@horauranian.com)
3 มกราคม 2560

คำนวณโดยใช้จักรราศีแบบสายนะ (Tropical Zodiac) ที่ใช้ในโหราศาสตร์สากล (ซึ่งจะไม่ตรงกับจักรราศีนิรายนะที่ใช้ในโหราศาสตร์ไทย) และบอกเวลา ณ เวลามาตรฐานประเทศไทย คำนวณลัคนาและเมอริเดียน ณ กรุงเทพฯ ปี พ.ศ.2560 หรือ ค.ศ. 2017

มีอุปราคา หรือ คราส (Eclipse) เกิดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง (เท่ากับ ปี 2559 ที่เกิด 4 ครั้ง) ดังต่อไปนี้

1.จันทรุปราคาเงามัว 11 ก.พ. 2560 เวลา 7:44 น. ตำแหน่งคราส ราศีสิงห์ 22 องศา 34 ลิบดา ขนาดของคราส 0.988

2.สุริยุปราคาวงแหวน 26 ก.พ. 2560 เวลา 21:53 น. ตำแหน่งคราส ราศีมีน 8 องศา 12 ลิบดา เกิดนาน 0 นาที 44 วินาที ในประเทศไทยมองไม่เห็น

3.จันทรุปราคาบางส่วน 8 ส.ค. 2560 เวลา 1:21 น. ตำแหน่งคราส ราศีกุมภ์ 15 องศา 30 ลิบดา ขนาดของคราส 0.246 ประเทศไทยสามารถมองเห็นได้

4. สุริยุปราคาเต็มดวง 22 สิงหาคม 2560 เวลา 1:25 น.ตำแหน่งคราส ราศีสิงห์ 28 องศา 53 ลิบดา เกิดนาน 2 นาที 40 วินาที เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงที่พาดผ่านประเทศสหรัฐอเมริกา คล้ายๆกับที่ประเทศไทยเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2538

วันเวลาที่ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าจรราศี เพื่อใช้คำนวณดวงชะตาแต่ละไตรมาส ได้แก่

1) วสันตวิษุวัต (Spring Equinox) 20 มีนาคม 2560 เวลา 17:30 น. ลัคนาอยู่ 16 กันย์ เมอริเดียนอยู่ 17 มิถุน

2) ครีษมายัน (Summer Solstice) 21 มิถุนายน 2560 เวลา 11:25 น. ลัคนาอยู่ 16 กันย์ เมอริเดียนอยู่ 17 มิถุน

3) ศารทวิษุวัต (Autumn Equinox) 23 กันยายน 2560 เวลา 3:03 น. ลัคนาอยู่ 14 สิงห์ เมอริเดียนอยู่ 15 พฤษภ

4) เหมายัน (Winter Solstice) 21 ธันวาคม 2560 เวลา 23:29 น. ลัคนาอยู่ 18 กันย์ เมอริเดียนอยู่ 19 มิถุน

ดูจากตำแหน่งลัคนาและเมอริเดียนของวันสำคัญทั้งสี่แล้ว พบว่า สำหรับผู้ที่เกิดราวๆ 10 กันยายน และ 8 มิถุนายน แล้ว ปี 2560 น่าจะเป็นปีสำคัญและท้าทายของพวกเขาเลยทีเดียว

ลักษณะการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ ในปี 2560

เริ่มจากดาวพุธโคจรพักร์ (ถอยหลัง) ปี 2560 นี้มีทั้งหมด 4 ครั้ง

ครั้งแรก เป็นการถอยหลังต่อเนื่องมาตั้งแต่ 19 ธ.ค. 2559 จนถึง 8 ม.ค. 2560 เวลา 16:44 น.

ครั้งที่ 2 เริ่ม 10 เม.ย. 2560 เวลา 6:15 น. ถึง 3 พ.ค. 2560 เวลา 23:34 น.

ครั้งที่ 3 เริ่ม 13 ส.ค. 2560 เวลา 8:02 น. ถึง 5 ก.ย. 2560 เวลา 18:31 น.

ครั้งที่ 4 เริ่ม 3 ธ.ค. 2560 เวลา 14:35 น. ถึง 23 ธ.ค. 2560 เวลา 8:52 น.

ช่วงเวลาดังกล่าว ควรระมัดระวังการทำข้อตกลงสัญญาครับ

ดาวศุกร์  อยู่ปลายราศีกุมภ์ตอนเริ่มปี โคจรถอยหลัง 1 ครั้ง ระหว่าง 4 มีนาคม – 15 เมษายน 2560

ดาวอังคาร อยู่ในราศีมีนตอนเริ่มปี และปีนี้ไม่มีการโคจรถอยหลัง

ดาวพฤหัส เริ่มต้นปีอยู่ที่ 21 องศา ราศีตุล
เริ่มโคจรถอยหลังในวันที่ 6 ก.พ. 2560 เวลา 13:54 น.
โดยถอยไปจนถึง 13 องศาราศีตุล และกลับมาโคจรเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 9 มิ.ย. 2560 เวลา 21:04 น.
จนกระทั่งยกเข้าราศีพิจิก ในวันที่ 10 ต.ค. 2560 เวลา 20:21 น.
ตำแหน่งส่งท้ายปีที่ 16 องศาราศีพิจิก
ชาวราศีตุล ถือว่าอยู่ในจังหวะก้าวหน้าเติบโตของชีวิต

ดาวเสาร์ เริ่มต้นปีที่ 21 องศา ราศีธนู
พอมาถึงปลายราศีธนู (27 องศา  47.7 ลิบดา) ก็จะเริ่มโคจรถอยหลังตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 เวลา 12:07 น.
จนถึงตำแหน่ง 21 องศา 11 ลิบดา ราศีธนู ก็จะเริ่มโคจรเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค. 2560 เวลา 19:09 น.
ยกจากราศีธนู เข้าราศีมกร ในวันที่ 20 ธ.ค. 2560 เวลา 11:50 น.
ชาวราศีธนู ต้องอดทนกับข้อจำกัดและการเปลี่ยนแปลงต่างๆในชีวิต จนถึงปลายปีหน้า ปัญหาจึงจะคลี่คลายไป

ดาวมฤตยู อยู่ในราศีเมษตลอดปี
จะเริ่มโคจรถอยหลังในวันที่ 3 ส.ค. 2560 และโคจรถอยหลังไปจนสิ้นปี

ดาวเนปจูน อยู่ในราศีมีนตลอดปี
เริ่มโคจรถอยหลังตั้งแต่ 16 มิ.ย. 2560
โดยจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ย. 2560

ดาวพลูโต อยู่ในราศีมกร ตลอดปี
โดยจะโคจรถอยหลังระหว่าง 20 เม.ย. 2560 จนถึง 29 ก.ย. 2560

ราหู (จริง)  เริ่มปีในราศีกันย์ ย้ายเข้าราศีสิงห์ในวันที่ 10 พ.ค. 2560ตลอดปี

การทำมุมสำคัญของดาวเคราะห์ชั้นนอกในปี 2560

5 ม.ค. เนปจูน ตรีโกณ โครโนส

2 มี.ค.  พลูโต ตั้งฉาก เซอุส
3 มี.ค. พฤหัส เล็ง มฤตยู
28 มี.ค. เนปจูน ตรีโกณโพไซดอน
31 มี.ค. พฤหัส ตั้งฉาก พลูโต

7 เม.ย. พฤหัส กุม เซอุส

19 พ.ค. เสาร์ ตรีโกณ มฤตยู
31 พ.ค. แอดเมตอส ยกเข้า ราศีมิถุน

14 มิ.ย. มฤตยู ตรีโกณ คิวปิโด

30 ก.ค. พลูโต ตั้งฉาก เซอุส

2 ส.ค. วัลคานุส ยกเข้าราศีสิงห์
5 ส.ค. พฤหัส ตั้งฉาก พลูโต
6 ส.ค. พฤหัส กุม เซอุส

28 ก.ย. พฤหัส เล็ง มฤตยู

1 ต.ค. เนปจูน ตรีโกณ โพไซดอน
14 ต.ค. พฤหัส ตั้งฉาก วัลคานุส
17 ต.ค. มฤตยู ตรีโกณ คิวปิโด
17 ต.ค. พฤหัส กุม อพอลลอน

11 พ.ย. เสาร์ ตรีโกณ มฤตยู
14 พ.ย. พฤหัส ตรีโกณ ฮาเดส
29 พ.ย. เสาร์ กุม คิวปิโด

1 ธ.ค. พฤหัส ตรีโกณ โครโนส
3 ธ.ค. พฤหัส ตรีโกณ เนปจูน
5 ธ.ค. แอดเมตอส ถอยเข้าราศีพฤษภ
11 ธ.ค. พฤหัส กุม โพไซดอน

ภาพดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีมกร 21 ธ.ค. 2559 เพื่อดูความเป็นไปโลกในปี 2560

ingress21dec2016

ศารทวิษุวัต 22 กันยายน ่22 กันยายน, 2016

Posted by starseerblog in คนมองฟ้าพยากรณ์, จังหวะฟ้า.
Tags: , , ,
add a comment

โดย พัลลาส Pallas@horauranian.com
22 กันยายน 2559

วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย. 2559 เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรโลกพอดี ในทางโหราศาสตร์สากล ถือว่าเป็นวันที่อาทิตย์ยกเข้าราศีตุล และในทางฤดูกาล ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นเข้าฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกเหนือ เรียกกันในศัพท์วิชาการว่า วันศารทวิษุวัต (Autumn Equinox)

คำว่า ศารท นั้น พระยาอนุมานราชธนได้เขียนเล่าในหนังสือเทศกาลและประเพณีไทยว่า คำว่า “สารท” เป็นคำอินเดีย หมายถึง ” ฤดู ” ตรงกับฤดูในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ” ออตอม ” อันแปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง

ภาษาอังกฤษเรียกวันนี้ว่า Autumn Equinox คำว่า Autumn ก็คือฤดูใบไม้ร่วง ส่วนคำว่า Equinox ซึ่งมาจากภาษาละติน คือ Aequus ที่แปลว่า เท่ากัน และคำว่า Nox ที่แปลว่ากลางคืน เพราะวันนี้เป็นวันที่กลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน ซึ่งปีนึงจะมี 2 วัน คือ 20 มีนาคม เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Spring Equinox) เพราะเป็นวันเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือ (วสันต์ คือฤดูใบไม้ผลิ) และ 22 กันยายน เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumn Equinox)

พจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์ ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย อธิบายคำว่า Autumnal Eqinox หรือ ศารทวิษุวัต ว่า ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ข้ามจากซีกฟ้าเหนือไปยังซีกฟ้าใต้ในทรงกลมฟ้า ปัจจุบันตำแหน่งนี้อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว (มีความหมายเหมือนกับ first point of libra)

ในทางโหราศาสตร์ ถือว่า วันนี้เป็นวันต้นแบบของไตรมาสสุดท้ายของปี เมื่อคำนวณดวงชะตา ณ วันเวลาที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีตุลย์ ก็สามารถแปลความหมายและพยากรณ์เป็นเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ (22 ก.ย.- 22 ธ.ค.)

img_1752สำหรับดวงศารทวิษุวัต ปีนี้ ตรงกับ วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2559 เวลา 21:21 น. กรุงเทพมหานคร เมื่อเราตั้งดวงชะตาขึ้นในวันเวลาดังกล่าว พบว่า มีโครงสร้างสำคัญคือ อาทิตย์กุมดาวพฤหัส ราศีตุล ในเรือนที่ 5 บ่งบอกว่า ในไตรมาสสี่ การเก็งกำไรต่างๆน่าจะคึกคัก ตลาดหุ้นน่าจะดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีอีกโครงสร้างหนึ่งที่ต้องระวัง คือ โครงสร้าง T-Square ของดาวพุธ เนปจูน และเสาร์ บ่งบอกถึง ข่าวลวง ข่าวไม่จริง จะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยาก  ใครจะเก็งกำไร ก็ต้องระวังการปล่อยข่าวลวง ปั่นหุ้น ให้ดี

ข้อแนะนำสำหรับทุกท่าน ก็คือ วันนี้ ราวสามทุ่ม ก็ขอให้ใช้เวลานั้นให้มีคุณภาพ เพราะเวลานั้นจะส่งผลไปยังเหตุการณ์ที่จะเกิดกับเราในช่วงสามเดือนข้างหน้านี้ ใครอยากมีเงินใช้ไม่ขาด ก็อาจนำเคล็ดของอาจารย์จรัล พิกุล โดยการเอาธนบัตรใส่ให้เต็มกระเป๋าเงินของเรา อธิษฐานให้มีเงินเต็มกระเป๋าตลอดไตรมาส ใครอยากมีความสุขกับคนรัก ค่ำนี้ก็ใช้เวลากับคนรักให้มีความสุข อย่าทะเลาะกัน พูดจาดีๆ เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ใครอยากให้งานรุ่งเรือง ก็ใช้เวลาตอนนั้นทบทวนงานที่ผ่านมาและวางแผนงานสำหรับไตรมาสสี่ นี่คือการนำปรัชญาโหราศาสตร์ว่าด้วย “อาตมัน และปรมาตมัน (Microcosm & Macrocosm) มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ขอให้มีความสุขสมหวังกันทุกท่านครับ