ปี 2024 เมื่อพฤหัสกุมยูเรนัส โลกเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ AI (ตอน 3)

โดย อ.พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย (อ.พัลลาส)

ประวัติศาสตร์การกุมกันของดาวพฤหัสและดาวยูเรนัส

ก่อนจะไปดูว่า การกุมกันของดาวคู่นี้ในเดือนเมษายน 2024 จะเกิดผลอย่างไร เราขอมองย้อนกลับไปดูเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา เพื่อจะได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้เรามองภาพในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น

3 เมษายน 1513 ขณะที่ดาวพฤหัสกุมกับดาวยูเรนัส ที่ราศีเมษ ราศีแห่งการบุกเบิก นักสำรวจ พอนซ์ เดอ ลีออง ชาวสเปน เดินเรือไปขึ้นฝั่งที่ฟลอริดา ใกล้กับแหลมคานาเวรัล ที่เป็นฐานส่งจรวดของสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบัน

หลังจากที่ดาวพฤหัสกุมดาวยูเรนัสอีก 33 รอบ พอถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 ดาวพฤหัสกุมดาวยูเรนัสที่ตำแหน่ง 0 องศา ราศีตุล ราศีแห่งการจับมือร่วมกันและความสวยงาม นีล อาร์มสตรอง ได้เหยียบลงพื้นผิวดวงจันทร์ ด้วยกระสวยอวกาศที่ยิงจากแหลมคานาเวอรัล สหรัฐอเมริกา ภาพดาวโลกที่งดงามที่ถ่ายจากยานอพอลโล 11 ที่กำลังโคจรรอบดวงจันทร์ก็ปรากฏให้มนุษย์ได้เห็น

การกุมกันของดาวพฤหัสและดาวยูเรนัส ในราศีมิถุน เมื่อปี 1609 ตรงกับเหตุการณ์สำคัญทางวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก โจฮันเนส เคปเลอร์ ได้ตีพิมพ์หนังสือ Astronomica Nova ในปี 1609 หนังสือเล่มนี้เปิดเผยกฎของเคปเลอร์ ที่อธิบายและคำนวณการโคจรของดาวเคราะห์ที่สำคัญ 2 ข้อ นั่นคือ ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรี และเวลาที่ดาวเคราะห์ใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์ คาบเวลาเท่ากันจะกวาดได้พื้นที่เท่ากัน และเรื่องที่สองคือ กาลิเลโอ ได้ส่องกล้องโทรทรรศน์ค้นพบดวงจันทร์ของดาวพฤหัส เมื่อ 7 มกราคม 1610

ปี 1831 มีเหตุการณ์สำคัญทางวิทยาศาสตร์ 2 เรื่อง เรื่องแรก ไมเคิล ฟาราเดย์ ชาวอังกฤษ ได้ค้นพบการเหนี่ยวนำแม่เหล็กทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเป็นครั้งแรก และอีกเรื่องหนึ่งคือ ชาร์ลส์ ดาร์วิน ชาวอังกฤษ ออกเดินทางด้วยเรือหลวง Beagle หลังจากดาวพฤหัสกุมดาวยูเรนัสในราศีกุมภ์ ต่อมา เมื่อดาวคู่นี้พบกันเป็นรอบที่สองหลังจากการเดินเรือครั้งนั้น ผลงานทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วิน ก็ได้นำเสนอต่อโลกวิชาการ เมื่อ 1 กรกฎาคม 1858 หลังจากดาวคู่นี้กุมกันสนิทในราศีพฤษภเมื่อ 23 พฤษภาคม 1858 เดือนกว่า ๆ เท่านั้น

การกุมกันของดาวคู่นี้เมื่อปี 1900 ในราศีธนู ตรงกับปีที่ มักซ์ พลังค์ ตีพิมพ์ผลงานเกี่ยวกับควอนตัมฟิสิกส์ พาโลกวิทยาศาสตร์ข้ามจากกลศาสตร์นิวตัน ไปสู่กลศาสตร์ยุคใหม่ ส่งผลสะเทือนครั้งใหญ่ เป็นรากฐานนำมาสู่ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ การสร้างระเบิดปรมาณู พลังงานนิวเคลียร์ จนถึงควอนตัมคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน ในเวลาเดียวกัน ซิกมันด์ ฟรอยด์ ก็ได้ตีพิมพ์งานว่าด้วย การแปลความฝัน (Interpretation of Dreams) ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของวิชาจิตวิเคราะห์

ปี 1927-1928 ดาวคู่นี้กุมกันในราศีเมษ ควอนตัมฟิสิกส์ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อนักวิทยาศาสตร์ อย่าง นีลส์ โบร์, แวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก, แอร์วีน ชเรอดิงเงอร์, ว็อล์ฟกัง เพาลี, มัคส์ บอร์น ได้พัฒนาและนำเสนอทฤษฎีแนวคิดในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ไฮเซนแบร์กเรียกช่วงเวลานี้ว่า Copenhagen Interpretation งานสำคัญในช่วงนั้นเช่น หลักความไม่แน่นอนของไฮเซนแบร์ก (Heisenberg’s Principle of Indeterminacy), สมการคลื่นของชโรดิงเงอร์ (Schrödinger equation) และ หลักแห่งการเติมเต็มของโบร์ (Bohr’s Principle of Complimentary)

ในด้านการเมือง การพบกันของดาวพฤหัสและดาวยูเรนัส ตรงกับเหตุการณ์ปฏิวัติและสงครามสำคัญหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ปี 1776 ที่อาณานิคมอเมริกาประกาศอิสรภาพ ก็เกิดขึ้นปีเดียวหลังการกุมกันของพฤหัสยูเรนัสในราศีมิถุนเมื่อ 8 มิถุนายน 1775

ถัดมาอีก 14 ปี การทลายคุกบาสตีล์เมื่อ 14 กรกฎาคม 1789 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติฝรั่งเศสก็เกิดขึ้นหลังการกุมกันของดาวคู่นี้ในราศีสิงห์เมื่อ 29 มิถุนายน 1789 เพียงไม่กี่วัน และก่อนหน้านั้นเพียง 2 เดือน นายพลจอร์จ วอชิงตัน ก็ได้รับเลือกและสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาเมื่อ 30 เมษายน 1789

4 มีนาคม 1914 ดาวพฤหัสกุมกับดาวยูเรนัสในราศีกุมภ์ ปีนั้นเป็นปีที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่ออาร์ค ดยุก ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทแห่งอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการี ถูกสังหารในซาราเจโว แล้วความขัดแย้งก็ลุกลามจนกลายเป็นสงครามโลก

8 พฤษภาคม 1941 ดาวพฤหัสกุมกับดาวยูเรนัสในราศีพฤษภ ปีนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าสู่จุดเปลี่ยน เมื่อเยอรมันยกกองทัพบุกโจมตีสหภาพโซเวียตในปฏิบัติการบาร์บารอสซาในเดือนมิถุนายน 1941 ตามด้วยช่วงปลายปี เมื่อญี่ปุ่นบุกโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 7 ธันวาคม 1941

ในปีเดียวกันกับการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในแปซิฟิก ที่ออสเตรเลีย มีการรวมตัวของสหภาพแรงงานเพื่อเรียกร้องการจ่ายค่าแรงเท่าเทียมกับสตรีหากทำงานเหมือนกับแรงงานชาย เรียกแคมเปญนี้ว่า Equal Pay and Equal Status ในช่วงนั้น ผู้ชายต้องไปเป็นทหารออกรบ ทำให้ผู้หญิงต้องออกมาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมเหมือนกับผู้ชาย ทำให้เกิดการเรียกร้องให้จ่ายค่าแรงอย่างเท่าเทียม ผลการรณรงค์ครั้งนั้นก็ประสบความสำเร็จ แรงงานสตรีได้รับค่าแรงเท่าเทียมกันมากขึ้น แต่ก็เป็นความสำเร็จเพียงชั่วคราว เพราะเมื่อสงครามจบ ค่าแรงที่เพิ่มให้กับผู้หญิงก็ถูกยกเลิกไป การเรียกร้องจ่ายค่าแรงเท่าเทียมนี้สอดคล้องกับราศีพฤษภที่ดาวทั้งคู่กุมกันในตอนนั้นพอดี

16 กุมภาพันธ์ 1997 ดาวพฤหัสกุมดาวยูเรนัสในราศีกุมภ์ หลังจากนั้นไม่กี่วัน 24 กุมภาพันธ์ ก็มีการประกาศข่าวใหญ่ทางวิทยาศาสตร์ คือความสำเร็จในการโคลนนิ่งแกะดอลลี่ ที่สก็อตแลนด์ เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสำเร็จ แกะดอลลี่ถูกโคลนนิ่งโดยใช้เซลส์จากต่อมน้ำนมของแกะตัวอื่น ความสำเร็จของแกะดอลลี่ได้นำมาพัฒนาต่อยอดสู่เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ในปัจจุบัน

สำหรับประเทศไทย ปี 1997 เป็นปีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยพ่ายแพ้ต่อนักเก็งกำไรค่าเงิน ต้องปล่อยเงินบาทลอยตัวเมื่อ 4 กรกฎาคม 1997 นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

รอบการพบกันของดาวคู่นี้ในปี 2010-2011 มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือ การที่ CERN ประกาศว่า สามารถดักจับปฏิสสาร (Antimatter) จากอะตอมไฮโดรเจนได้นานถึง 16 นาที 40 วินาที ปฏิสสารเป็นหนึ่งในปัญหาวิทยาศาสตร์ที่ลึกลับที่สุด ตามทฤษฎีแล้ว ตอนที่เกิดบิกแบง ทั้งสสารและปฏิสสารน่าจะถูกผลิตขึ้นในจำนวนที่เท่า ๆ กัน แต่โลกเรานั้นสร้างขึ้นจากสสาร และดูเหมือนว่าไม่มีปฏิสสารปรากฏอยู่

****** จบ ตอน 3 ******

บทความนี้เป็นบทความวิชาการประกอบการนำเสนอในงานสัมมนาสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ครั้งที่ 1/2566 ในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมประชานารถ ชั้น 2 อาคาร 9 วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ กรุงเทพมหานคร

ปี 2024 เมื่อพฤหัสกุมยูเรนัส โลกเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ AI (ตอน 2)

บทความนี้เป็นบทความวิชาการประกอบการนำเสนอในงานสัมมนาสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ครั้งที่ 1/2566 ในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมประชานารถ ชั้น 2 อาคาร 9 วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ กรุงเทพมหานคร

โดย อ.พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย (อ.พัลลาส)

วงรอบดาวพฤหัสและดาวยูเรนัส

ดาวพฤหัสโคจรรอบจักรราศีใช้เวลา 12 ปี ส่วนดาวยูเรนัสใช้เวลา 84 ปี นั่นหมายความว่า ดาวพฤหัสโคจรรอบจักรราศี 7 รอบจึงจะเท่ากับดาวยูเรนัสโคจรครบรอบจักรราศี อย่างไรก็ตาม ดาวสองดวงนี้จะโคจรมาพบกันทุก ๆ 14 ปี เมื่อสังเกตการณ์จากโลก ซึ่งเรียกว่า คาบซินอดิก (synodic period) การโคจรมาพบกันครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 เมษายน 2024 ที่ตำแหน่ง 22 องศา ราศีพฤษภ โดยการพบกันครั้งก่อนหน้าเกิดขึ้นเมื่อ 4 มกราคม 2011 ที่ 27 องศา ราศีมีน ห่างกันประมาณ 13 ปี 3 เดือน ที่ไม่เท่ากับ 14 ปีพอดี เพราะรอบที่แล้ว ดาวพฤหัสกุมกับดาวยูเรนัสทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกคือ 8 มิถุนายน 2010 ที่ 0 องศา ราศีเมษ ครั้งที่สองคือ 19 ก.ย. 2010 ที่ 28 องศา ราศีมีน หากเรานับจากการพบกันครั้งแรกในรอบนั้น ก็จะห่างกับครั้งนี้ 14 ปีนั่นเอง

รูปที่ 3 Jupiter Uranus Mandala

ในแง่ธาตุแล้ว ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ธาตุไฟ ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ธาตุลม ธาตุไฟและธาตุลมต่างเป็นธาตุขั้วบวก (Positive) ถ้าเรียกตามตำรา เตตราบิโบลส ของ ทอเลมี (Ptolemy) จะเรียกว่า เพศชาย (Masculine) ถ้าเรียกตามอภิปรัชญาจีน จะเรียกว่า หยาง ลักษณะของขั้วบวก คือ เป็นพลังงานเชิงรุก ไม่อยู่นิ่ง แสดงออก ไม่ปิดบัง เมื่อธาตุลมกับไฟมารวมตัวกันก็ย่อมสำแดงพลังงานในลีลาเชิงรุก เปิดเผยออกมา เช่นเดียวกัน

คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ โดย พลตรี ประยูร พลอารีย์ ที่เรียบเรียงจากหนังสือ Regelwerk für Planetenbilder ต้นฉบับภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นตำราแม่แบบของโหราศาสตร์ยูเรเนียน ให้ความหมายดาวพฤหัสเมื่อจับคู่กับดาวยูเรนัสว่า “ความสำเร็จด้านวัตถุ โชคดีโดยฉับพลัน หรือบางทีก็โชคร้ายโดยฉับพลัน ถ้าพฤหัสสถิตในโครงสร้างร้าย ๆ”

หนังสือ The Combination of Stellar Influences โดย Reinhold Ebertin ซึ่งถือเป็นตำราแม่แบบของโหราศาสตร์สำนักคอสโมไบโอโลจี ให้ความหมายของดาวคู่นี้ว่า “การมองโลกในแง่ดี, โอกาสแห่งโชค, การตระหนักรู้ถึงความสุข” และยังให้ความหมายเชิงจิตวิทยา ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ โดยความหมายคู่นี้ในเชิงบวก หมายถึง “ความปรารถนาในความรู้, ความปรารถนาในการหยั่งรู้จิตภายใน, ญาณหยั่งรู้ที่ดี, ความสามารถที่จะมีแนวคิดที่มีโชคและตระหนักเกี่ยวกับมัน, ความสามารถในการจัดการ, ความรู้ต่อทุกสิ่งใหม่อย่างถูกต้อง, การฉวยสถานการณ์ไว้ได้, ความสุขุม, การมองการณ์ไกล, ความสนใจในปรัชญา” ส่วนความหมายเชิงลบ คือ “รักในเสรีภาพ, เรียกร้องอิสรภาพ, ยึดมั่นในหลักการอย่างหัวรั้นจากแรงต้านภายใน มากกว่าจากความเชื่อมั่นจริง ๆ , แนวโน้มที่จะขยายสิ่งต่าง ๆ หรือโอ้อวดทุกสิ่งทุกอย่าง, ไม่คงที่, ไม่รู้จักกาลเทศะ”

หนังสือ Horoscope Symbols โดย โรเบิร์ต แฮนด์ ให้ความหมายของดาวพฤหัสกับดาวยูเรนัสว่า การผลักดันให้เป็นอิสระจากข้อจำกัดต่าง ๆ , แรงผลักดันเพื่อเสรีภาพ, ความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตอย่างฉับพลัน, เกี่ยวข้องกับโชคแบบฉับพลัน ไม่ว่าร้ายหรือดี, ความยุ่งยากจากข้อจำกัดจากกฎหมายหรือผู้มีอำนาจต่าง ๆ

หนังสือ Jupiter Meets Uranus โดย Anne Whitaker ให้ความหมายของการพบกันของดาวพฤหัสและดาวยูเรนัสว่า “มุมที่ดีที่สุดของการแสวงหาของมนุษย์เพื่อไปสู่ สิ่งที่เราสามารถเป็น ได้เต็มศักยภาพที่สุด” ดาวคู่นี้ “นำศรัทธา, ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณแห่งการขยายตัวเพื่อสำรวจ ด้วยการทุบทำลายวิสัยทัศน์ที่จำกัดหรือบางส่วน เพื่อเปิดเผยเส้นทางที่นำไปสู่ความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ” ในด้านบวก ดาวคู่นี้ “นำความสนุกสนาน ความรื่นเริง ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และความสามารถที่จะก้าวกระโดดข้ามหน้าผา เช่นเดียวกับไพ่ หนุ่มพเนจร The Fool ของไพ่ทาโรต์ โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถกระโดดข้ามไปถึงดินแดนอีกฝั่งที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ได้อย่างปลอดภัย” ส่วนในด้านลบ ดาวคู่นี้ “นำไปสู่การทุบทำลายวิถีเก่าของการจัดการชีวิตมนุษย์ โดยไม่ใส่ใจผลที่จะตามมา มุ่งมั่นที่จะสำแดงนวัตกรรมหรือการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง โดยไม่สนว่าจะทิ้งบางสิ่งไว้ที่ปรับตัวไม่ได้ไว้ข้างหลัง”

เมื่อประเมินความหมายของดาวพฤหัสกับดาวยูเรนัสจากตำราต่าง ๆ แล้ว พบว่า มีความหมายในเชิงบวก บ่งบอกถึง ความสำเร็จอย่างฉับพลัน นวัตกรรม การริเริ่มสิ่งใหม่ ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอิทธิพลของดาวคู่นี้ย่อมส่งผลต่อคนบนโลก ทั้งระดับปัจเจกบุคคล และระดับสังคมในภาพรวม สำหรับบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่อิทธิพลที่มีต่อสังคมในภาพรวม โดยขอสรุปความหมายของดาวคู่นี้สำหรับโลกโดยรวมว่า “นวัตกรรมและการค้นพบสิ่งใหม่ที่ประสบความสำเร็จ การเติบโตและตื่นรู้ของมนุษยชาติ”

ปี 2024 เมื่อพฤหัสกุมยูเรนัส โลกเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ AI (ตอน 1)

บทความวิชาการที่ได้นำเสนอในงานสัมมนาสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ครั้งที่ 1/2566 ในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมประชานารถ ชั้น 2 อาคาร 9
วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ กรุงเทพมหานคร

โดย พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย (อ.พัลลาส)

บทนำ

ปรากฏการณ์ฟ้าสำคัญของปี 2024 คือ การโคจรมาพบกันของดาวเคราะห์นอกสองดวง นั่นคือ ดาวพฤหัส และดาวยูเรนัส ซึ่งจะโคจรพบกับทุก ๆ 14 ปีเมื่อสังเกตท้องฟ้าจากพื้นโลก ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดของระบบสุริยะ โหราศาสตร์จึงกำหนดให้ดาวพฤหัสเป็นดาวที่มีอิทธิพลสูง เป็นดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์ ให้ความหมายเกี่ยวกับความสำเร็จและการขยายตัว ขณะที่ดาวยูเรนัส เป็นดาวเคราะห์นอกที่ให้อิทธิพลในเชิงนวัตกรรม การค้นพบใหม่ ๆ รวมไปถึงการทำลายโครงสร้างเก่าเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ เมื่อดาวสองดวงนี้มาเจอกันจึงเป็นเรื่องที่นักโหราศาสตร์ให้ความสนใจอย่างยิ่ง บทความนี้ได้นำเสนอข้อมูลของดาวเคราะห์ทั้งสองโดยละเอียด ค้นคว้าเหตุการณ์ในอดีตเมื่อดาวทั้งสองมาเจอกัน และได้นำเสนอผลการวิเคราะห์เรื่องราวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเจอกันของดาวทั้งสองในปี 2024 ที่กำลังจะมาถึง

ดาวพฤหัสในโหราศาสตร์

ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 5 และเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุด ของระบบสุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 139,822 กิโลเมตร หรือราว 11 เท่าของโลก มีมวลประมาณ 318 เท่าของโลก และมีปริมาตรราว 1,321 เท่าของโลก ดาวพฤหัสเป็นดาวเคราะห์ที่หมุนรอบตัวเองเร็วที่สุด จึงมีรูปร่างเป็นทรงกลมแป้น เห็นได้ชัดเมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ เอกลักษณ์ของดาวพฤหัสที่เด่นชัด คือจุดแดงใหญ่ (Great Red Spot) ซึ่งเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา มีความกว้างมากกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก ราว 1.3 เท่า 

เมื่อมองจากพื้นโลก ดาวพฤหัสเป็นดาวที่มีความสว่างเป็นอันดับ 3 บนท้องฟ้ายามค่ำคืน รองลงจาก ดวงจันทร์ และดาวศุกร์ มนุษย์จึงสังเกตเห็นดาวพฤหัสตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และมีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับดาวพฤหัสโดยนักดาราศาสตร์ชาวบาบิโลเนีย ตั้งแต่ยุค 700-800 ปีก่อนคริสตกาล 

รูปที่  1 ดาวพฤหัส กับดวงจันทร์ ยูโรปา

ดาวพฤหัสโคจรรอบระบบสุริยะใช้เวลารอบละ 11.86 ปี หรือประมาณ 12 ปี โหราศาสตร์จีนนำวงรอบ 12 ปีของดาวพฤหัสมาใช้กำหนดวงรอบปีนักษัตร 12 ปี และเป็นที่มาของดาวไท้สุ่ย (太岁) ต่อมากลายเป็น เทพไท้สุ่ย ที่คนไทยนิยมเรียกว่า ไท้ส่วยเอี๊ยะ ตามภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นเทพคุ้มครองดวงชะตาในแต่ละปีนักษัตร 

ค.ศ. 1610 กาลิเลโอได้ส่องกล้องโทรทรรศน์สังเกตดาวพฤหัส แล้วพบว่า มีดาวบริวาร 4 ดวง ต่อมา นักดาราศาสตร์ได้ตั้งชื่อดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส 4 ดวงนี้ว่า ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และ คัลลิสโต ภายหลังยังพบดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสอีกเป็นจำนวนมาก ณ ปี 2023 นี้ พบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสแล้ว 95 ดวง

ชื่อของดาวพฤหัสในภาษาอังกฤษ เรียกว่า จูปิเตอร์ (Jupiter) ซึ่งเป็นเทพประธานของคณะเทพโอลิมปัส ซึ่งก็คือ มหาเทพซุส (Zeus) ของกรีก เป็นมหาเทพผู้ปกครองเหล่าทวยเทพทั้งปวง มหาเทพซุสเป็นโอรสของเทพโครนัส ประธานแห่งคณะเทพไททัน ผู้ซึ่งเคยถูกคำสาปว่า เทพโครนัสจะถูกลูก ๆ ของตนแย่งชิงอำนาจความเป็นใหญ่ไป ทำให้เทพโครนัสจับลูก ๆ ของตนเมื่อคลอดออกมากลืนกินลงท้องทั้งหมด แต่พอถึงลูกคนที่ 6 พระนางรีอา ชายาของโครนัส ก็ซ่อนซุสเอาไว้ หลอกให้โครนัสกลินกินห่อผ้าที่ข้างในเป็นก้อนหินแทน จากนั้นพระนางรีอาก็ส่งซุสให้เหล่านางอัปสรดูแลในถ้ำบนยอดเขาไอดา เมื่อเติบโต ซุสได้กลับมาเอาชนะโครนัส บิดาของตนเองได้ และบังคับให้โครนัสสำรอกเอาลูก ๆ ที่เคยกินออกมาทั้ง 5 องค์ ได้แก่ โปไซดอน, เฮดีส, เฮสเทีย, ดีมิเตอร์ และเฮรา จากนั้น ซุสก็ตั้งตนเป็นราชาแห่งทวยเทพทั้งปวง ครองบัลลังก์บนยอดเขาโอลิมปัส อาวุธคู่ใจของซุสคือสายฟ้า ที่มีอานุภาพร้ายแรงยิ่ง ตำนานของมหาเทพซุสมีมากมายหลายเรื่อง มักเป็นเรื่องความเจ้าชู้ ทำให้เป็นบิดาของเหล่าเทพมากมาย ซึ่งให้ความหมายของความยิ่งใหญ่ การขยายอาณาจักร ไปจนถึงความโลภ ความเกินพอดีด้วย

ดาวพฤหัสในทางโหราศาสตร์ ถือเป็นดาวศุภเคราะห์ใหญ่ (The Great Benefic) เป็นดาวเกษตรประจำราศีธนู มีคุณสมบัติของธาตุไฟ ให้ความหมายเกี่ยวกับ ความสำเร็จ การขยายตัว โชคลาภโอกาสที่เข้ามา การเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ความมั่งคั่งที่เพิ่มมากขึ้น สถานะทางสังคมที่สูงขึ้น การมองโลกในแง่ดี นอกจากนี้ยังหมายถึง ความรู้ชั้นสูง การเรียนระดับอุดมศึกษา ศาสนา ระบบนิติธรรม การเดินทางไกล ต่างประเทศ อีกด้วย 

แม้ว่าความหมายของดาวพฤหัสโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องดี ๆ แต่พลังงานของดาวพฤหัสที่มากเกินไปทำให้เกิดความโลภมาก ขยายไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักพอ เกิดความหยิ่งยโส อหังการ เล็งผลเลิศเกินไป จนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่ได้ 

โรเบิร์ต แฮนด์ อธิบายว่า ดาวพฤหัสให้พลังงานใน 2 รูปแบบ พลังงานในการขยายตัว และ พลังงานบูรณาการ พลังงานในการขยายตัวเกิดขึ้นตั้งแต่มนุษย์เกิดมาเป็นทารก โลกวัยเด็กมีขอบเขตเพียงในบ้านและครอบครัว พลังงานการขยายตัวของดาวพฤหัสทำให้มนุษย์อยากแผ่ขยายอาณาเขตของตนเองให้กว้างออกไปเรื่อย ๆ สู่โลกภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งเจอขอบเขตข้อจำกัดที่เป็นพลังงานของดาวเสาร์ ถึงตอนนั้นพลังงานในการบูรณาการของดาวพฤหัสก็เริ่มทำงาน เมื่อเราขยายตัวไปไม่ได้ เราก็บูรณาการรวมตัวเราให้เข้ากับสังคมที่ใหญ่ขึ้น ปรับตัวตามระเบียบของสังคม ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ปรัชญา หรือศาสนา

เมื่อดาวพฤหัสทำมุมสัมพันธ์กับดาวเคราะห์ดวงอื่น จะให้อิทธิพลเหมือนเครื่องขยายขนาดพลังงานของดาวดวงนั้น ๆ ในกรณีนี้เมื่อดาวพฤหัสมกุมกับดาวยูเรนัส ก็ย่อมขยายพลังงานของดาวยูเรนัสให้เพิ่มมากกว่าปกติ

ดาวยูเรนัสในโหราศาสตร์

ดาวยูเรนัส (Uranus) หรือที่เรียกในโหราศาสตร์ไทยว่า ดาวมฤตยู เป็นดาวที่เพิ่งค้นพบเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน หากเทียบกับประวัติศาสตร์ของมนุษย์ถือว่าค้นพบเมื่อไม่นานนัก ดาวยูเรนัสเป็นดาวที่สังเกตได้ยากด้วยตาเปล่า ทำให้คนโบราณไม่ได้จัดเป็นดาวเคราะห์ จนเมื่อ 13 มีนาคม ค.ศ.1781 เซอร์ วิลเลียม เฮอร์เชล ชาวอังกฤษ ได้สังเกตพบด้วยการส่องผ่านกล้องโทรทรรศน์จากสวนในบ้านของเขาที่เมืองบาธ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นดาวหาง ต่อมาจึงสรุปว่าคือดาวเคราะห์ แม้ว่าเขาพยายามจะตั้งชื่อดาวเคราะห์ที่เขาค้นพบนี้ว่า จอร์เจียม ไซดัส (Georgium Sidus) เพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้าจอร์จที่ 3 แห่งอังกฤษ แต่ชื่อนี้ไม่เป็นที่นิยมนอกประเทศอังกฤษ ในที่สุด โยฮันส์ โบเด ได้เสนอชื่อว่า ดาวยูเรนัส เพื่อให้เข้ากับตำนานเทพเจ้าและดวงดาวต่าง ๆ ชื่อนี้นี้จึงเป็นที่ยอมรับจนถึงปัจจุบัน

ดาวยูเรนัส เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 7 ในระบบสุริยะ เป็นดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ มีวงโคจรถัดออกไปจากดาวเสาร์ อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ราว 3,000 ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 84 ปี หรือในแง่โหราศาสตร์คือ ใช้เวลาโคจรรอบจักรราศีราว 84 ปี มีทิศทางหมุนรอบตัวเองต่างกันข้ามกับดาวเคราะห์ดวงอื่น คือหมุนด้วยกฎมือซ้าย แกนของดาวเอียงมาก ทำมุมกับระนาบระบบสุริยะถึง 98 องศา ทำให้หมุนรอบตัวเองในลักษณะตะแคงข้าง ลักษณะที่แตกต่างจากดาวดวงอื่นเช่นนี้จึงกลายมาเป็นความหมายทางโหราศาสตร์ว่า ความแปลกประหลาดไปจากคนอื่น การแหกกฎทำลายกรอบเดิม

รูปที่  2 ดาวยูเรนัส

วงแหวนของดาวยูเรนัส ที่ค้นพบแล้วมี 13 วง มีดวงจันทร์บริวาร 27 ดวง ชื่อดวงจันทร์บริวารของดาวยูเรนัสตั้งตามตัวละครในบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ และ อเล็กซานเดอร์ โป๊ป ซึ่งทั้งคู่เป็นกวีชื่อดังชาวอังกฤษ ตามสัญชาติเดียวกับเซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล ผู้ค้นพบดาวยูเรนัส 

ชื่อดาวยูเรนัส (Uranus) มาจากชื่อเทพแบบโรมัน ส่วนภาษากรีกเรียกว่า อูรานอส (Ouranos) ในตำนานกรีกนั้น เป็นเทพแห่งท้องฟ้าดั้งเดิม เมื่อแรกเริ่มจักรวาล สรรพสิ่งอยู่ในสภาพเวิ้งว้างว่างเปล่า ไม่มีรูปร่าง มืดมน ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขต เรียกว่า เคออส (Chaos) หลังจากนั้นนานนับแสนกัลป์ ก็เกิดแผ่นดินขึ้นจากความเวิ้งว้างนั้น เรียกว่า เกอา (Gaea) เป็นเพศหญิง และก็มีท้องฟ้าเกิดขึ้น เรียกว่า อูรานอส (Ouranos) ต่อมา พระแม่เกอา กับ เทพอูรานอส ก็สมรสกัน ตำนานตอนนี้เป็นการแปลงสภาวะเทพเจ้าที่เป็นธรรมชาติ ไปสู่เทพเจ้าที่มีรูปร่างมีตัวตน 

เทพอูรานอส กับ พระแม่เกอา มีลูกเป็นเทพเจ้า 12 องค์ ชาย 6 หญิง 6 ซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตมโหฬารมาก เทพทั้งสิบสองรวมเรียกว่า คณะเทพไททัน (Titan) เทพอูรานอสเกรงกลัวลูก ๆ ของตน จึงจับลูกทั้งหมดโยนทิ้งหุบเหวลึกใต้บาดาลที่มืดสนิท เรียกว่า ทาร์ทารัส (Tartarus) และจองจำเอาไว้ ต่อมาพระแม่เกอา คลอดโอรสออกมาเป็น ยักษ์ไซคลอปส์ตาเดียวอีก 3 ตน คือ บรอนทีส (ฟ้าลั่น) สเทอโรพีส (ฟ้าแลบ) และอาร์จีส (สว่างวาบ) ทั้งสามก็ถูกโยนทิ้งทาร์ทารัสอีก แต่เมื่อทั้งสามลงไปที่นั่นก็ได้ให้แสงสว่างไสว คณะเทพไททันจึงมองเห็นและอยากเป็นอิสระ แต่มีเพียงโครนัสเท่านั้นที่กล้าขึ้นมาต่อสู้กับบิดา พระแม่เกอาจึงปลดปล่อยออกมา ให้อาวุธคือเคียว ไปต่อส้กับอูรานอส และได้รับชัยชนะ ยึดบัลลังก์มาได้ จนขึ้นครองบัลลังก์แห่งเทพทั้งปวง แต่ภายหลังก็ถูก เซอุส บุตรของตนก่อการปฏิวัติยึดอำนาจเช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หรือการปฏิวัติ จึงกลายมาเป็นความหมายของดาวยูเรนัส

ในทางโหราศาสตร์ ดาวยูเรนัส เป็นดาวเกษตรประจำราศีกุมภ์ มีคุณสมบัติของธาตุลม ถือเป็นดาวบาปเคราะห์ (Malefic) เพราะดาวดวงนี้ให้อิทธิพลการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน สำหรับคนทั่วไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงคือการทำลายความเคยชินเก่า ๆ ที่เขาคิดว่ามันดีอยู่แล้ว สบายอยู่แล้ว พลังงานของดาวยูเรนัสเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน คาดการณ์ไม่ถึง ตั้งตัวไม่ติด และสุดขั้ว ทำให้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย ก่อนที่จะปรับตัวเข้าสู่สภาพใหม่ เป็นการแหกกฎทำลายกรอบเดิม การปฏิวัติ การกบฏ การสร้างสรรค์

เมื่อพิจารณาตามลำดับของดาวเคราะห์นอกในระบบสุริยะแล้ว ขณะที่ดาวพฤหัสคือพลังงานแห่งการขยายตัว ดาวเสาร์คือขอบเขตข้อจำกัดของการขยายตัว ซึ่งทำให้มีรูปแบบโครงสร้างที่คงตัว แต่พลังงานของดาวยูเรนัส เป็นการทำลายโครงสร้างอันนั้นอย่างฉับพลันและไม่ประนีประนอม ยิ่งพลังงานแห่งการอนุรักษ์ของดาวเสาร์พยายามจะคงโครงสร้างดั้งเดิมไว้มากเท่าไร พลังงานของดาวยูเรนัสจะทำลายล้างรุนแรงขึ้นเท่านั้น และหากพลังงานแห่งการอนุรักษ์ประสบความสำเร็จในการคงไว้ซึ่งโครงสร้างดั้งเดิม พลังงานทำลายล้างของดาวยูเรนัสจะหลบไปใต้ดินและยังคงรอเวลาทำงาน 

นักโหราศาสตร์ยังให้ความหมายของดาวยูเรนัสว่าเกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีนวัตกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์, อากาศยาน รวมถึงวิทยาศาสตร์อย่าง ฟิสิกส์ เคมี และคณิตศาสตร์ บรรดาศาสตร์ที่ว่ามานี้ต่างก็นำการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนมายังโลกเราทั้งนั้น

โหราศาสตร์เองก็ถือว่าเป็นความหมายหนึ่งของดาวยูเรนัส นั่นเป็นเพราะว่าโหราศาสตร์ได้รับภูมิปัญญาจากจักรวาล โดยไม่ต้องอาศัยนักบวชหรือตัวแทนของสถาบันปรัชญาศาสนาดั้งเดิมในการนำทาง คำว่า โหราศาสตร์ยูเรเนียน (Uranian Astrology) ก็สะท้อนชัดเจนว่า เป็นโหราศาสตร์ที่มีพลังงานของดาวยูเรนัส นั่นคือ ไม่ยึดติดกับโครงสร้างดั้งเดิม แต่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ เปลี่ยนแปลงไปสู่ความรู้ภูมิปัญญาที่ลึกซึ้งขึ้น

ปี 1781 ที่เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล ค้นพบดาวยูเรนัสนั้น เป็นปีเดียวกับที่สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกาอยู่ในช่วงตัดสิน โดยกองทัพของนายพลจอร์จ วอชิงตัน ได้เอาชนะกองทัพอังกฤษในสมรภูมิยอร์กทาวน์ รัฐเวอร์จิเนีย อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถือเป็นสงครามใหญ่ครั้งสุดท้ายของสงครามประกาศอิสรภาพอเมริกา อังกฤษซึ่งเปรียบเสมือนบิดา ได้พ่ายแพ้ต่อการปฏิวัติโดยบุตร อย่างอาณานิคมอเมริกา ด้วยท่วงทำนองเดียวกับ เทพอูรานอส ที่พ่ายแพ้ต่อบุตรอย่างเทพโครนัส

****** จบ ตอน 1 ******

อ่านตอน 2 ได้ที่ https://thestarseer.com/2023/09/19/2024_juconjur_2/

จองเสื้อที่ระลึกงานยิปซีแฟร์ 2023

ชวนใส่เสื้อยิปซีแฟร์ มางานยิปซีแฟร์กันครับ

งานยิปซีแฟร์ ครั้งที่ 5 ตอน กุญแจไขความลับจักรวาล จะจัดขึ้นระหว่าง 23-28 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ พวกเรามีไอเดียว่า อยากชวนเพื่อนๆ ใส่เสื้อยืดที่ระลึกงานยิปซีแฟร์ครั้งนี้ มาเที่ยวงานกัน จึงออกแบบเป็นเสื้อคอกลม หรือ คอวี เลือกสั่งได้ตามความชอบ

ลายบนเสื้อเป็น โลโก้งานยิปซีแฟร์ครั้งที่ 5 ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ไพ่เมเจอร์หมายเลข 5 The Hierophant ไพ่สังฆราช โดยนำ มงกุฎ สัญลักษณ์แห่งความเป็นผู้นำ และกุญแจคู่ กุญแจที่ไขความลับจักรวาล ด้วยไพ่ยิปซี มาอยู่ในโลโก้งานประจำปีนี้ สีแดง เป็นสีเสื้อคลุมสังฆราชบนไพ่ The Hierophant ถือว่าเป็นลายมงคลสำหรับนักอ่านไพ่อย่างพวกเรา

เราจะทำเสื้อยืดรุ่นนี้แบบ Limited Edition นั่นคือ ทำตามยอดสั่งจอง (ทำเผื่อเล็กน้อยสำหรับหน้างาน) ดังนั้น ใครสนใจ ขอให้กรอกฟอร์มสั่งจอง ได้ที่ https://forms.gle/w4kysqyibxvskVqu7 

ราคาเสื้อยืดรุ่นนี้ เรากำหนดไว้ที่ 300 บาทต่อตัว ไม่รวมค่าจัดส่งนะครับ แต่ถ้าเป็นไซส์ 2XL ขอคิดราคาเพิ่มเพราะต้นทุนเสื้อเพิ่มขึ้นเยอะเป็น 330 บาท ส่วน 3XL ราคาจะเป็น 360 บาท ค่าจัดส่ง 40 บาท

คำแนะนำ เวลาวัดไซส์ ให้วัดรอบอกเรา แล้วเผื่ออีกซัก 2 นิ้วนะครับ อย่าสั่งไซส์รอบอกเท่ากับรอบอกจริงของเรา เดี๋ยวมันจะแน่นคับอกต้องยกออกกัน

เปิดสั่งจองตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันจันทร์ที่ 8 พ.ค.นะครับ รีบสั่งจองด้วยกรอกแบบฟอร์มสั่งจองที่ https://forms.gle/w4kysqyibxvskVqu7 มีข้อสงสัยอะไร สามารถสอบถามมาทาง inbox เพจคนมองฟ้า Star Seer ได้เลยครับ

#คนมองฟ้า #starseer #ยิปซีแฟร์ครั้งที่5 #ยิปซีแฟร์ 

ไพ่ Dante Tarot ไพ่สำรับใหม่ จาก Lo Scarabeo และไตรภูมิดังเต้ กับไตรภูมิพระร่วง วรรณกรรมร่วมยุคที่ห่างกันเพียง 25 ปี

ทุก ๆ ปี สำนักพิมพ์ Lo Scarabeo ผู้นำในวงการไพ่ทาโรต์ จะออกแคตตาล็อกไพ่ประจำปีไว้ล่วงหน้า สำหรับปี 2021 นี้ ก็ได้มีการออกไพ่ชุดใหม่มาให้พวกเรานักอ่านไพ่เสียเงินจับจ่ายเป็นเจ้าของมาหลายชุดแล้ว ทั้งชุด Tarot Vintage, ไพ่แมวของ Jodorowsky 

สำหรับเดือนสิงหาคม ผมเห็นชุดใหม่ที่จะวางจำหน่ายคือ Dante Tarot ซึ่งทำขึ้นในโอกาสครบรอบ 700 ปีการเสียชีวิตของ ดังเต้ เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ.1321 เพียง 1 ปีหลังจากเขียนหนังสือ Divine Comedy (หรือ Divina Commedia ในภาษาอิตาเลียน)

ไพ่ Dante Tarot ภาพจากแค็ตตาล็อกไพ่ ปี 2021 ของ Lo Scarabeo

ดังเต้ เป็นกวีผู้ยิ่งใหญ่ในยุคกลางของอิตาลี งานเขียน ดีวีนากอมเมเดีย Divine Comedy เป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ เขียนด้วยภาษาอิตาลี ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตหลังความตาย บรรยายเรื่อง นรก (Inferno), แดนชำระ (Purgatorio) และ สวรรค์ (Paradiso) ตามความเชื่อของชาวคริสต์ในยุคนั้น หนังสือเล่มนี้ได้เล่าเรื่องตัว ดังเต้ เองได้เดินทางไปยังภูมิทั้งสามของผู้ที่ตายไปแล้ว หรือจะเรียกว่า ไตรภูมิ ก็ได้ เข้าใจว่า ไพ่ชุดนี้คงนำแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในวรรณกรรมเรื่องนี้ มาสร้างสรรค์เป็น ไพ่ทาโรต์

ดังเต้ กับ Divina Commedia

เรื่องราวนรกภูมิ ของ ดังเต้ ถูกนำมาเล่าในวรรณกรรมยุคใหม่เรื่อง Inferno เขียนโดย แดน บราวน์ เป็นภาคต่อของนิยาย The Da Vinci Code เรื่องราวของ ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต แลงดอน และต่อมาถูกนำมาสร้างภาพยนตร์ในชื่อเดียวกัน นำแสดงโดย ทอม แฮงก์ ฉายเมื่อปี 2016 กำกับโดย รอน โฮเวิร์ด ใครสนใจ ก็ลองไปหามาอ่าน มาดูกันได้ เนื้อเรื่องสนุกสนาน ฉากหลังของเรื่องคือ เมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี บ้านเกิดของดังเต้, เวนิส อิตาลี และ อิสตันบุล ตุรกี

โปสเตอร์ ภาพยนตร์เรื่อง Inferno

ที่น่าแปลกคือ ปีที่ดังเต้เขียน ดีวีนากอมเมเดีย เสร็จ คือปี ค.ศ. 1320 ตรงกับ พ.ศ. 1863 ถ้าในดินแดนแถบสุวรรณภูมิ ก็ถือว่า อยู่ในยุคอาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรือง และใน พ.ศ. 1888 เพียง 25 ปีหลังจากดังเต้เขียนดีวีนากอมเมเดีย พระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือที่เรารู้จักในชื่อ พญาลิไท กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดี ไตรภูมิพระร่วง หรือ เตภูมิกถา ขึ้น เล่าเรื่องของ ภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ 11, รูปภูมิ 16 และอรูปภูมิ 4 แต่ถ้าชาวบ้านทั่วไป ก็จะจำว่า เล่าเรื่อง นรก โลกมนุษย์ และสวรรค์ ตามความเชื่อของชาวพุทธ

ไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพนธ์โดย พญาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย

ไตรภูมิของดังเต้ จึงเกิดในยุคใกล้เคียงกับ ไตรภูมิพระร่วง ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ข้ามทวีปเมื่อ 700 ปีก่อน ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง

**********************
เขียนโดย Pallas
5 สิงหาคม 2021
**********************

15 มิ.ย. 1215 วันลงนามในกฎบัตรแมกนาคาร์ตา กับไพ่ Justice

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.. 1215 พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงกับเหล่าบารอน ขุนนางชั้นสูง ที่ Runnymede ริมแม่น้ำเทมส์ และได้ทรงลงตราประทับบนเอกสารข้อตกลงที่รู้จักกันในชื่อว่า แมกนาคาร์ตา (Magna Carta) หรือแปลตรงๆว่า มหากฎบัตร (The Great Charter)

แม้ว่ากฎบัตรนี้จะถูกยึดถือปฏิบัติตามเพียงแค่ 10 สัปดาห์ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายกลับมาทำสงครามกันอีกครั้ง แต่อิทธิพลของกฎบัตรนี้กลับวางรากฐานให้กับแนวคิดการคุ้มครองเสรีภาพของมนุษย์และสิทธิมนุษยชน ภายใต้หลักการสำคัญที่ว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ปูทางไปสู่แนวคิดรัฐธรรมนูญที่ว่า แม้แต่กษัตริย์ก็ทรงปกครองภายใต้กฎหมายและหลักนิติธรรม

ตัวอย่างข้อความสำคัญของกฎบัตรนี้ เช่น
Clause 39: “No free man shall be seized or imprisoned, or stripped of his rights or possessions … except by the lawful judgment of his peers or by the law of the land.”
แปลได้ว่า มาตรา 39 “จะไม่มีบุคคลที่ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือกักขัง หรือถูกยึด ขู่กรรโชก ทรัพย์สินโดยปราศจากคำตัดสินของศาล

เอกสารที่บันทึกข้อตกลงนี้และลงตราประทับของพระเจ้าจอห์นนั้น เชื่อกันว่าได้จัดทำขึ้นราว 40 ชุด แต่มีเพียง 4 ชุดเท่านั้นที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน โดย 2 ชุดอยู่ที่ British Library, 1 ชุดที่ปราสาทลินคอล์น, และอีก 1 ชุดที่ อาสนวิหารซาลิสบิวรี (Salisbury Cathedral)

เมื่อปี 2017 ผมได้มีโอกาสไปที่อาสนวิหารซาลิสบิวรี ในทริปที่เดินทางไปเที่ยวสโตนเฮนจ์ เพราะเมืองซาลิสบิวรี เป็นเมืองที่ใกล้สโตนเฮนจ์ เพียง 15 กิโลเมตรเท่านั้น ความโดดเด่นของอาสนวิหารแห่งนี้คือยอดวิหารที่สูงถึง 123 เมตร เมื่อเข้าไปด้านใน บรรยากาศก็เข้มขรึม นึกถึงภาพประกอบบนหน้าไพ่ไรเดอร์เวทสมิธหลายใบ โดยสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของที่นี่คือ กฎบัตรแมกนาคาร์ตา ฉบับจริง ที่เก็บรักษาไว้อย่างดี เราเข้าไปดูอย่างใกล้ชิดได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ

กฎบัตรแมกนาคาร์ตา บันทึกบน แผ่นหนังแกะ เขียนในภาษาละติน ด้วย ปากกาขนนก เนื่องจากยุคนั้น แผ่นหนังแกะมีราคาแพงมาก แผ่นนึงมีราคาเท่ากับค่าแรงชาวนาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จึงทำให้เขียนด้วยตัวอักษรที่เล็กมาก เว้นวรรคและบรรทัดนิดเดียว เพื่อประหยัดพื้นที่เขียนให้มากที่สุด เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็จะลงตราประทับโดยพระเจ้าจอห์น

เมื่อผมเห็นตราประทับของพระเจ้าจอห์น และข้อความที่ทางเข้าชม กฎบัตรแมกนาคาร์ตา ที่ว่า “Magna Carta: Spirit of Justice- Power of Words” (แมกนา คาร์ตา จิตวิญญาณแห่งความยุติธรรม พลังของถ้อยคำ) ทำให้ผมคิดถึงไพ่ทาโรต์ ไพ่เมเจอร์หมายเลข 11 Justice ตุลาการ เพราะตราประทับของพระเจ้าจอห์นนั้น คือรูปพระองค์ประทับบนบัลลังก์ หัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ (Sword) สัญลักษณ์ของอำนาจ หัตถ์ซ้ายทรงลูกกลม (Orb) สัญลักษณ์แห่งอำนาจเหนือราชอาณาจักร ประทับบนบัลลังก์ เพื่อตัดสินให้ความยุติธรรม ซึ่งภาพนี้คล้ายกับหน้าไพ่ Justice ต่างกันเพียงหัตถ์ซ้ายที่เปลี่ยนเป็น ตาชั่ง เท่านั้น ส่วนข้อความที่ว่า Spirit of Justice จิตวิญญาณแห่งความยุติธรรม Power of Words พลังของถ้อยคำ ก็ให้ความหมายของไพ่ Justice ในแง่อำนาจแห่งการใช้กฎหมาย อำนาจแห่งข้อตกลงสัญญา นั่นเอง

*******************************
เขียนโดย พัลลาส
Pallas@horauranian.com
15 มิถุนายน 2020
ครบรอบ 805 ปี แมกนา คาร์ตา
*******************************

เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดของญี่ปุ่น

นอกจาก เทพไดโคคุเทน ที่ได้เล่าไปเมื่อครั้งก่อนว่า เป็นเทพแห่งความร่ำรวยของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีเทพอีก 6 องค์ ที่รวมกันเรียกว่า เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด (七福神 ฉิชิฟุกุจิน)

ฉิชิ 七 แปลว่า เจ็ด,

ฟุกุ 福 แปลว่า โชคลาภ ทรัพย์สมบัติ ซึ่งก็คือคำว่า ฝู ในภาษาจีนกลาง หรือ ฮก ในภาษาแต้จิ๋ว,

และ จิน 神 แปลว่า เทพเจ้า (ในภาษาญี่ปุ่น คำนี้อ่านได้อีกแบบว่า คะมิ) ซึ่งก็คือคำว่า เสิน หรือ เซียน ในภาษาจีนกลาง

ในบรรดาเทพเจ้าทั้งเจ็ดนี้ มีถึง 6 องค์ที่เป็นความเชื่อที่ญี่ปุ่นรับมาจากศาสนาพุทธและฮินดู จากอินเดียผ่านจีนที่ผสานความเชื่อในลัทธิเต๋า เข้ามายังญี่ปุ่น และวิวัฒน์จนกลายมาเป็น วัฒนธรรมญี่ปุ่น มีเพียงเทพอีบิสึ องค์เดียวเท่านั้นที่เป็นเทพที่เกิดจากญี่ปุ่นเอง

การรวมเทพทั้งเจ็ดมาเรียกรวมกันเป็นคณะนี้ เชื่อกันว่าเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 15 และมีหลักฐานเป็นภาพวาด โดย คะโนะ ยาสุโนบุ ขุนนางในศตวรรษที่ 17 ว่ากันว่า เริ่มจากพระเถระ เทนไค ได้สนทนากับโชกุนอิเอมิตสึ โตกุกะวะ แล้วกลับมาสรรหาตัวแทนของคุณธรรมที่เพียบพร้อมของคนเราในยุคนั้น เมื่อท่านสรุปได้ ต่อมาท่านยาสุโนบุ จึงได้วาดภาพขึ้นมา

เทพทั้งเจ็ดนี้ มาจากคติของอินเดีย 3 องค์ ได้แก่

1. เทพไดโคคุเทน 大黒天หรือ เทพมหากาฬ ท่ีเคยเล่าไปแล้ว เป็นเทพตัวแทนคุณธรรมในเรื่อง โชคลาภ ทรัพย์สมบัติ

2. เทพีเบนไซเทน 弁財天 หรือ พระสุรัสวดี เป็นเทพีแห่งความรู้ ศิลปะ ดนตรี และปัญญา เป็นเทพีตัวแทนคุณธรรมในเรื่อง มิตรภาพ

3. เทพบิซามอนเทน 毘沙門天 หรือ ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) เป็นหนึ่งในจาตุมหาราช ผู้ดูแลทิศเหนือ เจ้าแห่งยักษ์ และเป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ เป็นเทพตัวแทนคุณธรรมเรื่องเกียรติยศ

คติของจีน 3 องค์ ได้แก่

1. โฮเทอิ 布袋 ที่เป็นพระรูปร่างอ้วน อารมณ์ดี ซึ่งเป็นชาติหนึ่งของพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ในคติจีน ใบหน้าของท่านยิ้มแย้มอารมณ์ดี อ้วนท้วน สะพายถุงย่ามที่มีอาหารและทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวันหมด เป็นเทพตัวแทนคุณธรรมเรื่องความเอื้ออารี และความไม่เห็นแก่ตัว

2. จุโรจิน 寿老人 คือองค์เดียวกับเทพ โซว่ ในภาษาจีนกลาง หรือ ซิ่ว ในภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพ ฮก ลก ซิ่ว ที่นิยมนับถือกันในหมู่ชาวจีน เป็นผู้เฒ่าแห่งดาวขั้วโลกใต้ ลักษณะของเทพองค์นี้คือเป็นผู้เฒ่าเครายาว มือหนึ่งถือไม้เท้า อีกมือถือผลท้อ เป็นเทพตัวแทนคุณธรรมในเรื่อง การมีอายุยืน

3. ฟุกุโรกุจู 福禄寿 คำนี้ในภาษาแต้จิ๋ว ก็คือ ฮกลกซิ่ว หรือ ฝูหลูโซว่ ในภาษาจีนกลาง แต่ในคณะเทพทั้งเจ็ดของญี่ปุ่นนี้ จะแทนด้วยเทพองค์เดียวคือ เทพ ฝู เป็นชายชรา มือหนึ่งถือไม้เท้า อีกมือถือคัมภีร์ หรือพัด ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเทพจุโรจิน จนแยกแยะออกจากกันยาก เป็นเทพตัวแทนคุณธรรมในเรื่อง ความโด่งดัง

และที่เป็นคติของญี่ปุ่น มีเพียงองค์เดียว ก็คือ เทพอีบิสึ 恵比須 เทพแห่งการประมง เป็นรูปชาย มือหนึ่งถือเบ็ดตกปลา อีกมืออุ้มปลา ท่านเป็นเทพตัวแทนคุณธรรมในเรื่องความยุติธรรมและความซื่อตรง ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ เบียร์เยบิสึ ของญี่ปุ่น ก็มาจากชื่อเทพองค์นี้ โลโก้ของเบียร์ก็คือรูปเทพอีบิสึ มือหนึ่งถือเบ็ด อีกมืออุ้มปลา ผมเคยลองดื่มแล้ว รสชาติอร่อยเลยทีเดียว

เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดนี้ ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่คนเราต่างแสวงหาความมั่งคั่ง รูปคณะเทพที่เห็นได้บ่อยแบบหนึ่งจะเป็นรูปเทพทั้งเจ็ดอยู่บนเรือข้ามทะเล เราจะเรียกว่า เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดข้ามสมุทร ก็ได้ ซึ่งจะคล้ายกับความเชื่อของจีนที่มี แปดเซียน หรือ โป๊ยเซียน ซึ่งมีรูปที่นิยมวาดกันเป็น แปดเซียนข้ามสมุทร กล่าวได้ว่า นี่คือการผสมผสานทางวัฒนธรรมนั่นเอง

ไว้คราวหน้ามีโอกาสจะมาเล่าเจาะลึกเทพแต่ละองค์อีกครั้งนะครับ

รูปประกอบ คือ รูปเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด ที่วัดนันโซอิน จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

*********************************

โดย พัลลาส

pallas@horauranian.com

19 พ.ย. 2019

*********************************

#เที่ยวแบบโหร #คนมองฟ้า #StarSeer #พัลลาส

ปรากฏการณ์ฟ้า ประจำสัปดาห์ 18-24 พ.ย. 2562

ในช่วงสัปดาห์ 18-24 พ.ย.ที่จะถึงนี้ มีปรากฏการณ์ฟ้าที่น่าสนใจอยู่ 2 รายการ

รายการแรก ในวันอังคารที่ 19 พ.ย. เวลา 14:41 น. (เวลาไทย) ดาวอังคารจะย้ายจากราศีตุล เข้าสู่ราศีพิจิก ตามจักรราศีแบบอ้างอิงฤดูกาล (Tropical Zodiac ไม่ใช่แบบโหราศาสตร์ไทยนะครับ) แปลเบื้องต้นว่า คนที่มีจุดเจ้าชะตาอยู่ในราศีตุล ที่เจอเรื่องยุ่งๆมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็จะพ้นเรื่องยุ่งๆไป แต่คนที่มีจุดเจ้าชะตาอยู่ในราศีพิจิกก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับเรื่องยุ่งๆที่จะเข้ามา โดยรอบนี้ดาวอังคารจะอยู่ในราศีพิจิกจนถึงต้นเดือนมกราคม วิธีรับมือกับดาวอังคารโดยทั่วไปก็คือ ขยันเข้าไว้ครับ ดาวอังคารคือพลังงานที่จะทำโน่นทำนี่ เมื่อดาวมาถึง เราก็แก้ดวงด้วยการใช้พลังงานนั่นสร้างงานขึ้นมาเลย ในเวลาเดียวกันก็ให้ระวังคุณสมบัติฝั่งไม่ดีของดาวอังคาร นั่นคือ ใจร้อน ฉุนเฉียว ไม่สบาย ไข้ขึ้น จึงต้องรักษาสุขภาพให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ใจเย็นๆ มีสติ

รายการที่สอง คือเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ย. เวลา 2:15 น. (คืนวันพุธ) ดาวพุธที่โคจรถอยหลังเมื่อมองจากคนบนโลกมาตั้งแต่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็จะเริ่มโคจรเดินหน้าแล้ว แปลโดยทั่วไปก็คือ เอกสารสัญญา การเจรจาข้อตกลงต่างๆ ที่คั่งค้าง หยุดชะงัก หรือไม่ได้ข้อสรุป ก็จะเริ่มมีความคืบหน้า ใครจะเปลี่ยนมือถือใหม่ ลงโปรแกรมใหม่ รอเปลี่ยนหรือลงซักวันศุกร์หน้า (22 พ.ย.) น่าจะดีกว่าครับ จะได้ไม่เกิดปัญหาอะไรที่ไม่คาดคิด

อันที่จริง วันศุกร์หน้า (22 พ.ย.) ดวงอาทิตย์ก็จะโคจรย้ายจากราศีพิจิก เข้าสู่ราศีธนู ตามจักรราศีแบบอ้างอิงฤดูกาล แต่การย้ายราศีของดวงอาทิตย์เกิดขึ้นทุกเดือนครับ ก็เลยไม่มีประเด็นอะไรพิเศษมาเล่าสู่กันฟัง

ไว้คราวหน้า มีโอกาสจะมาเล่าปรากฏการณ์ฟ้าให้อ่านอีกนะครับ

*********************************

โดย พัลลาส

pallas@horauranian.com

17 พ.ย. 2019

*********************************

#ปรากฏการณ์ฟ้า #คนมองฟ้า #StarSeer #พัลลาส

เคล็ดลับต้อนรับวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์

เขียนโดย พัลลาส (Pallas@horauranian.com)
19 ธันวาคม 2561

ตามหลักโหราศาสตร์สากล ซึ่งใช้ระบบจักรราศีที่อ้างอิงฤดูกาล หรือที่เรียกในภาษาโหรว่า จักรราศีสายนะ (Tropical Zodiac) เราจะถือเอาวันที่ดวงอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีมกร หรือที่เรียกว่า วันเห-มายัน (Winter Solstice) เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางโหราศาสตร์ ซึ่งจะอยู่ประมาณวันที่ 22 ธันวาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นวันที่อาทิตย์ปัดใต้สุดของปีสำหรับซีกโลกเหนือ บ่งบอกว่ากำลังจะเริ่มปัดขึ้นเหนือ จึงถือกันว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ และใช้คำนวณเป็นดวงชะตาที่ส่งอิทธิพลตลอดปีถัดไป

Solstices-Equinoxesการปัดใต้สุดของดวงอาทิตย์ คือการสิ้นสุดของการโคจรปัดลงทางใต้ในปีนั้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการโคจรปัดขึ้นเหนือของปี จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นปีใหม่ คล้ายๆกับในแต่ละวันที่ดวงอาทิตย์โคจรต่ำสุด (เมื่ออ้างอิงจากจุดที่เรายืนบนพื้นโลก) ซึ่งก็คือเวลาเที่ยงคืน ที่เราใช้เป็นจุดสิ้นสุดของวัน และเริ่มต้นเข้าสู่วันใหม่

ปีนี้ วันขึ้นปีใหม่ทางโหราศาสตร์ จะตรงกับวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 เวลา 5:23 น. นักโหราศาสตร์ก็มีเคล็ดลับที่จะทำให้ปีใหม่ที่จะมาถึงเป็นปีที่ดีสำหรับเรา ด้วยการใช้หลักปรัชญาที่ว่า “1 วันเสมือน 1 ปี” ที่มาจากการอุปมาอุปไมยว่า หนึ่งวันก็คือโลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ ส่วนหนึ่งปีก็คือโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบ ดังนั้น เราจะถือว่า ตั้งแต่ 5:23 น.ของวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคมนี้ จนถึง 5:23 น.ของวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ซึ่งก็คือวันแรกของปีใหม่โหราศาสตร์ จะสามารถบ่งบอกชีวิตตลอดปีหน้าได้ทั้งปี

เพื่อให้ปีหน้าทั้งปี เราจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ เราจึงต้องคิดแต่เรื่องดีๆ พูดแต่เรื่องดีๆ ทำแต่เรื่องดีๆ ตลอดวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์ แล้วเราก็จะเจอแต่เรื่องดีๆไปตลอดปีใหม่เช่นกัน

ในแง่การเงิน เพื่อให้มีเงินเต็มกระเป๋าตลอดปี เราจึงถือเคล็ดว่าในวันปีใหม่นี้ เราก็จะต้องพกกระเป๋าที่มีเงินเต็มกระเป๋าเช่นกัน ซึ่งเคล็ดลับนี้ก็เป็นเคล็ดลับที่ได้จากการขอเงินจากพระจันทร์ทุกๆเดือน ที่ อ.จรัญ พิกุล ปรมาจารย์โหราศาสตร์ยูเรเนียนเมืองไทย ได้สอนลูกศิษย์เอาไว้

อีกเคล็ดหนึ่งที่ผมคิดขึ้นมาว่าน่าจะใช้ได้ผลเช่นกัน คือ ณ เวลาปีใหม่ ซึ่งปีนี้ตรงกับเวลา 5:23 น. ของวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 เราควรเริ่มต้นชีวิตดีๆ ด้วยการไหว้พระ สวดมนต์ ผมจึงเลือกบทสวดมนต์ที่เป็นการกล่าวถึงพระอาทิตย์ นั่นคือ บท โมรปริตร หรือบางทีก็เรียกว่า พรหมมนต์

โมรปริตต์ หรือพรหมมนต์ เป็นบทสวดมนต์ว่าด้วยพระโพธิสัตว์เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นนกยูง ทรงจัดการอารักขาด้วยมนต์นี้ทำให้นายพรานผู้แม้พยายามอยู่เป็นเวลานานก็ไม่สามารถจะจับพระองค์ได้ มนต์บทนี้เป็นการกล่าวนมัสการพระอาทิตย์และสมณพราหมณ์ผู้รู้ในพระธรรมทั้งปวงขอให้มาคุ้มครอง ทั้งเมื่อเวลาอาทิตย์ขึ้นจะไปหากิน และเวลาอาทิตย์ตกที่จะพักอยู่ในรัง การสวดมนต์บทนี้ในวันเวลาปีใหม่จึงเป็นการสร้างมงคลให้กับชีวิตของเราตลอดปีใหม่ได้อย่างดี โดยวิธีการสวดอาจสวดตามกำลังของพระอาทิตย์ คือ 6 จบก็น่าจะเหมาะสม ลองมาสวดต้อนรับปีใหม่กันนะครับ

โมรปริตร

อุเทตยญฺจกฺขุมา เอกราชา,
หริสฺสวณฺโณ ปฐวิปฺปภาโส.
ตํ ตํ นมสฺสามิ หริสฺสวณฺณํ ปฐวิปฺปภาสํ,
ตยชฺช คุตฺตา วิหเรมุ ทิวสํ.
เย พรฺาหฺมณา เวทคุ สพฺพธมฺเม,
เต เม นโม เต จ มํ ปาลยนฺตุ.
นมตฺถุ พุทฺธานํ นมตฺถุ โพธิยา,
นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา.
อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา โมโร จรติ เอสนา.

อเปตยญฺจกฺขุมา เอกราชา
หริสฺสวณฺโณ ปฐวิปฺปภาโส.
ตํ ตํ นมสฺสามิ หรีสฺสวณฺณํ ปฐวิปฺปภาสํ,
ตยชฺช คุตฺตา วิหเรมุ รตฺตึ.
เย พฺรหฺมณา เวทคุ สพฺพธมฺเม,
เต เม นโม เต จ มํ ปาลยนฺตุ.
นมตฺถุ พุทฺธานํ นมตฺถุ โพธิยา,
นโม วิมุตฺตานํ นโม วิมุตฺติยา.
อิมํ โส ปริตฺตํ กตฺวา โมโร วาสมกปฺปยีติ.

คำแปล

พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราช มีสีเพียงดังสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา
เพราะเหตุนั้น ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ซึ่งมีสีเพียงดังสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าทั้งหลาย อันท่านปกครองแล้วในวันนี้ พึงอยู่เป็นสุขตลอดวัน
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงซึ่งเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้า อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาซึ่งข้า
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่ท่านผู้พ้นแล้วทั้งหลาย ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำปริตรอันนี้แล้ว จึงเที่ยวไปเพื่ออันแสวงหาอาหาร.

พระอาทิตย์นี้ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราช มีสีเพียงดังสีแห่งทอง ย่อมอัสดงคตไป
เพราะเหตุนั้น ข้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ซึ่งมีสีเพียงดังสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง
ข้าทั้งหลาย อันท่านปกครองแล้วในวันนี้ พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืน
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่าใด ผู้ถึงซึ่งเวทในธรรมทั้งปวง
พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรับความนอบน้อมของข้า อนึ่ง พราหมณ์ทั้งหลายเหล่านั้น จงรักษาซึ่งข้า
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่พระโพธิญาณ
ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่ท่านผู้พ้นแล้วทั้งหลาย ความนอบน้อมของข้า จงมีแด่วิมุตติธรรม
นกยูงนั้นได้กระทำปริตรอันนี้แล้ว จึงสำเร็จความอยู่แล.

 

ดาว 4 ดวงในราศีมกร ในวันปีใหม่ 2561

สวัสดีปีใหม่ 2561

ท้องฟ้าในขณะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ มีดาว 4 ดวงอยู่ใน ราศีมกร ได้แก่ ดาวเสาร์ ดาวศุกร์ อาทิตย์ ดาวพลูโต

ราศีมกร คือราศีของความอดทน จริงจัง ขยัน ไม่ย่อท้อ ดาวเสาร์ คือดาวประจำราศีมกร ก็ให้ความหมายเช่นเดียวกัน หลายคนกลัวราศีมกร หลายคนกลัวดาวเสาร์ แต่อย่าลืม หากไม่ขยัน ไม่อดทน ไม่เผชิญหน้ากับปัญหา แล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร

เรามาขยัน มุ่งมั่น อดทน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มีความสุข อย่างเจ้าแพะ (สัตว์ประจำราศีมกร) ทั้งสี่ตัวนี้กันดีกว่า

อาจารย์วิโรจน์ กรดนิยมชัย ท่านกรุณาแปลความหมายของดาวทั้งสี่ดวงในราศีมกร ไว้ว่า “เก็บเงินไว้เลี้ยงชีพ”

เครดิตภาพ แพะยิ้มทั้งสี่ จาก Ronnie Grishman

***************************************
โดย พัลลาส Pallas@horauranian.com
2 มกราคม 2561
***************************************