เดวิด คาเมรอน นำพรรคอนุรักษ์นิยมชนะเลือกตั้งอีกครั้ง

โดย Pallas
8 พ.ค. 2558

ผมเคยเขียนถึงเดวิด คาเมรอน ในบทความ  Change! ผู้นำยุคใหม่ของโลก ในคอลัมน์โหราศาสตร์บ้านเมือง ( http://www.horauranian.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538723071&Ntype=3 ) เมื่อ 9 ก.พ. 2009 โดยบอกเอาไว้ว่า “..ตามพื้นดวงของเดวิด คาเมรอน พบว่า วัลคานุสกุมกับเมอริเดียน บ่งบอกถึง ความเป็นผู้ทรงอำนาจ ที่สำคัญจุดนายกรัฐมนตรี Ju+Kr-Vu = Vu บ่งบอกว่า เขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าจะเป็นเมื่อไรเท่านั้นเอง..” ต่อมาเขาก็พาพรรคอนุรักษ์นิยมชนะการเลือกตั้งและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2010 ตามที่คาดการณ์ไว้จริงๆ

เมื่อวานนี้ (7 พ.ค. 2015) ก็มีการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศสหราชอาณาจักรครั้งใหญ่อีกครั้ง ผลอย่างไม่เป็นทางการ ณ ขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ คาดว่า พรรคอนุรักษ์นิยม ภายใต้การนำของเดวิด คาเมรอน ชนะการเลือกตั้งอีกครั้งด้วยจำนวน ส.ส. มากกว่าเดิม  บีบีซีคาดว่าจะได้ ส.ส.ทั้งหมด 331 คน จากทั้งหมด 650 คน ทำให้นายเดวิด คาเมรอน จะได้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งสมัย (http://www.bbc.com/news/election-2015-32633099 )

DavidCameronพอมาดูดาวจรขณะนี้ของเขา พบว่า ดาวพฤหัสจรกำลังกุมจันทร์กำเนิดของเขา ก็ถือว่าอยู่ในช่วงกำลังโชคดี โค้ง v2 ของจุดนายกรัฐมนตรี Ju+Kr-Vu เท่ากับ จุดเมษ ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม โค้ง v2 จุดนายกฯที่เท่ากับจุดเมษนั้น ก็เท่ากับฮาเดสด้วย ภารกิจนายกรัฐมนตรีที่เขาต้องเจอก็ยังคงเหน็ดเหนื่อยยากลำบากเช่นเดียวกับสมัยแรก  ภารกิจปฏิรูปประเทศก็ยังเป็นภาระหนักของเขา จากการที่ดาวพลูโต ดาวแห่งการปฏิรูปยังคงทำมุมฉากกับอาทิตย์กำเนิดของเขา

คงต้องติดตามข่าวต่อไป เพื่อดูว่าเขาจะเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบ็ธที่ 2 และจะประกาศรับตำแหน่งเมื่อไหร่ จะได้นำวันเวลานั้นมาคำนวณดวงชะตาดูความเป็นไปของรัฐบาลชุดใหม่ของเขาได้ต่อไป หวังว่าคงจะดีกว่าครั้งก่อนที่มีดาวเสาร์ลอยอยู่ในเรือนที่ 10 จนทำให้เต็มไปด้วยการตัดงบประมาณรัดเข็มขัดจนอึดอัดตลอดสมัยแรกของเขา

จังหวะฟ้ากับย่างก้าวของ คสช.

pluto-path-sgr-2006-2022
การโคจรของดาวพลูโต ระหว่างปี 2006-2022

โดย พัลลาส
pallas@horauranian.com

“As Above, So Below” เบื้องบนเป็นอย่างไร เบื้องล่างย่อมเป็นเช่นนั้น คือปรัชญามูลฐานของโหราศาสตร์มาหลายพันปี ความหมายของวลีนี้คือ จังหวะการเคลื่อนไหวของปัจจัยบนท้องฟ้า ย่อมส่งผลต่อความเป็นไปของชีวิตบนโลก

นับตั้งแต่ คสช. ได้เข้ามามีบทบาทในการเมืองไทยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา พบว่า จังหวะย่างก้าวของ คสช.นั้น ได้สอดประสานกับจังหวะการเคลื่อนไหวของกลไกฟ้าอย่างน่าสนใจยิ่ง

เริ่มจาก การประกาศใช้กฎอัยการศึก เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ กฎอัยการศึกมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Martial Law โดยคำว่า Martial มาจากเทพเจ้า Mars ตัวแทนของดาวอังคาร ซึ่งทางโหราศาสตร์หมายถึง ทหาร การประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ ตรงกับวันอังคาร และที่สำคัญคือ ดาวอังคารได้เริ่มโคจรเดินหน้า หลังจากที่โคจรถอยหลังมาตั้งแต่ต้นมีนาคม ทหารจึงก้าวเข้ามารับบทนำ

ต่อมา ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ในวันอังคารที่ ๒๒ กรกฎาคม ​๒๕๕๗ ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน ดาวเสาร์ซึ่งโคจรถอยหลังมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ก็ได้เริ่มโคจรเดินหน้า ในวันที่ ๒๑ ก.ค. ดาวเสาร์คือดาวแห่งระเบียบข้อบังคับ ขณะที่ดาวเสาร์ถอยหลังนั้น บ่งบอกว่า ระเบียบข้อบังคับต่างๆอยู่ในภาวะผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีการยึดอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ของประเทศก็ตกอยู่ภายใต้คำสั่งของ คสช. ไม่ได้ใช้กฎหมายสูงสุดอย่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ต่อเมื่อดาวเสาร์เดินหน้า ระเบียบข้อบังคับจึงมีผลตามปกติ บ้านเมืองจึงกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กฎระเบียบจากรัฐธรรมนูญนั่นเอง

เป้าหมายสำคัญของการยึดอำนาจครั้งนี้ คือการปฏิรูประเทศไทย หลังการยึดอำนาจใหม่ๆ หลายคนตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จึงจะเริ่มปฏิรูป นักโหราศาสตร์ที่ติดตามจังหวะของฟ้า ย่อมทราบว่า ดาวพลูโตซึ่งเป็นดาวการปฏิรูปนั้น ขณะที่ยึดอำนาจนั้นกำลังโคจรถอยหลัง หมายความว่า การปฏิรูปในช่วงนั้นย่อมไม่มีความคืบหน้า โดยดาวพลูโตจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้งตั้งแต่วันอังคารที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๗ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คาดว่าจะมีการประกาศรายชื่อได้ประมาณปลายเดือนกันยายน สอดคล้องกับจังหวะการโคจรของดาวพลูโตพอดี

จากทั้ง ๓ เหตุการณ์ที่กล่าวมาคือ ดาวอังคารเดินหน้า=>ประกาศกฎอัยการศึก, ดาวเสาร์เดินหน้า=>ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และ ดาวพลูโตเดินหน้า=>ประกาศรายชื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า จังหวะย่างก้าวของ คสช. ได้สอดคล้องกับจังหวะกลไกของฟ้าอย่างลงตัว หลายท่านอาจคิดว่าช่างบังเอิญเสียจริง แต่นักโหราศาสตร์ย่อมทราบว่าภายในท้องฟ้านี้ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างย่อมมีเหตุด้วยกันทั้งสิ้น

เครดิตภาพประกอบจาก http://www.nakedeyeplanets.com

ฤกษ์เปิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 7 ส.ค. 2557

โดย พัลลาส
pallas@horauranian.com
7 ส.ค. 2557

วันนี้ (7 ส.ค.57) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำหรับนักโหราศาสตร์แล้ว เราสามารถนำวันเวลาเปิดประชุมดังกล่าวมาคำนวณดวงชะตาฤกษ์เปิดประชุมสภาดังกล่าว เพื่อใช้ในการพยากรณ์ความเป็นไปของสภาชุดนี้ได้ จากการดูการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ พบว่า เมื่อสมเด็จพระบรมฯได้ตรัสว่า “ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” ตรงกับเวลา 15:42 น. จึงคำนวณได้ดวงชะตาดังนี้

ดวงฤกษ์เปิดประชุม สนช. 2557
ดวงฤกษ์เปิดประชุม สนช. 2557

ลัคนาของฤกษ์ดังกล่าวอยู่ที่ 0 องศาราศีมกร แสดงให้เห็นว่า สภาชุดนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยโดยรวม ขณะที่ พลูโต ดาวแห่งการปฏิรูป อยู่เรือนที่ 1 สะท้อนถึงการมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูป

หลังจากได้ สนช. แล้ว เราก็มารอดูกันต่อไปว่าฤกษ์รัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร?

 

ฤกษ์ขึ้นครองราชย์กษัตริย์เฟลิเป้ที่ 6 แห่งสเปน

โดย พัลลาส
pallas@horauranian.com
20 มิ.ย. 2557

ดูข่าวสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 แห่งสเปน ทรงขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2557 หลังจากที่สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอส ที่ 1 พระราชบิดา ได้ทรงสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา แม้ว่าพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่จะมีขึ้นตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเที่ยงกว่าของวันพฤหัส แต่ในทางกฎหมายแล้ว ถือว่า สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเป้ที่ 6 ได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งสเปนตั้งแต่เวลา 0:00 น. ของวันพฤหัสที่ 19 มิถุนายน 2557 ตามเวลาประเทศสเปน

ดวงครองราชย์ กษัตริย์เฟลิเป้แห่งสเปน
ดวงครองราชย์ กษัตริย์เฟลิเป้แห่งสเปน

เมื่อลงคำนวณดวงชะตาดังกล่าว พบว่า ดาวเคราะห์ที่ลอยอยู่เหนือขอบฟ้าเวลาดังกล่าว คือดาวอังคาร ดาวเสาร์ และดาวพลูโต บ่งบอกถึงอุปสรรคนานัปการกำลังรออยู่ อย่างไรก็ตาม อาทิตย์และพุธในเรือนที่ 5 และศุกร์ที่เล็งเมอริเดียน และทำมุม 60 องศากับดาวพฤหัสอยู่ น่าจะทำให้พระองค์มีเสน่ห์และเป็นที่รักของผู้คน จันทร์ตรีโกณดาวเสาร์ เสริมความมั่นคงของสถานะของพระองค์

เมื่อเราดูดวงชะตาในรูปแบบจาน 90 องศา ตั้งตำแหน่งพระมหากษัตริย์ (อาทิตย์/โครโนส) พบว่า Su/Kr = Ha = Sa = Ne/Vu = Pl/Cu แสดงถึง ข้อจำกัดในพระราชอำนาจของพระองค์ อีกทั้งภัยท้าทายจากความพยายามแบ่งแยกดินแดน

ดวงขึ้นครองราชย์กษัตริย์ฟิลิเป้
ดวงขึ้นครองราชย์กษัตริย์ฟิลิเป้ ในจาน 90 องศา

พอตั้งตำแหน่ง Su/Mo ที่หมายถึงวันและเวลานี้ พบว่า Su/Mo = No/Sa = Ze/Ad = Cu = As/Po ถือว่าเป็นเวลาที่มีอุปสรรคมากจริงๆ ไม่รู้ว่าฤกษ์นี้มีโหรท่านใดในสเปนเป็นคนให้ฤกษ์ หรือกำหนดวันโดยไม่ได้ดูฤกษ์ เพราะถือว่าเป็นฤกษ์ที่ไม่สมกับพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้

ที่สำคัญ ก่อนฤกษ์ดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทีมฟุตบอลทีมชาติสเปนก็เพิ่งพ่ายแพ้ให้กับชิลีไป 0:2 ตกรอบแรกฟุตบอลโลกไปอย่างแน่นอน ทั้งๆที่มีศักดิ์ศรีเป็นถึงแชมป์เก่า ทำเอาชาวสเปนเศร้ากันไปทั้งประเทศ

งานใหญ่ขนาดนี้ สมควรต้องปรึกษาโหรให้ฤกษ์จริงๆ ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นเรื่องการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับจังหวะฟ้า

 

สูตรดาวว่าด้วยกฎอัยการศึก และรัฐประหาร

โดย พัลลาส
pallas@horauranian.com
28 พฤษภาคม 2557

          โหราศาสตร์สำนักฮัมบูร์ก หรือรู้จักกันทั่วไปว่า โหราศาสตร์ยูเรเนียน มีการรวบรวมสูตรดาวต่างๆหลายพันสูตรไว้ในตำราที่เรียกว่า คัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิ (Rules for Planetary Pictures) เมื่อนักโหราศาสตร์ยูเรเนียนต้องการวิเคราะห์ดวงชะตาเพื่อเจาะลึกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็จะตั้งสูตรดาวเรื่องนั้น แล้วดูความสัมพันธ์เชิงมุมกับปัจจัยต่างๆในดวงชะตา

          สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นมาสองเหตุการณ์ ก็คือ การประกาศกฎอัยการศึก ในวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557 ซึ่งให้มีผลตั้งแต่ 3:00 น. และอีกเหตุการณ์คือการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันพฤหัสที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16:32 น. (เวลาที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติยกนาฬิกาดูเมื่อสิ้นเสียงว่า “ผมยึดอำนาจประเทศนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”)

เมื่อเปิดคัมภีร์พระเคราะห์สนธิ หาคำว่า กฎอัยการศึก หรือ Martial Law จะพบว่า ตรงกับสูตรดาว 2 สูตร คือ

พุธ + เซอุส – มฤตยู และ เมษ + เสาร์ – วัลคานุส

เราลองมาตั้งดวงชะตาที่กฎอัยการศึกมีผลบังคับใช้กัน โดยดูเฉพาะสูตรแรก พบว่า

ดวงชะตา ประกาศกฎอัยการศึก
ดวงชะตา ประกาศกฎอัยการศึก

พุธ + เซอุส – มฤตยู = จันทร์ = อาทิตย์ = พลูโต = แอดเมตอส แปลได้ว่า ชั่วโมงและวันที่ประกาศกฎอัยการศึก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงปฏิรูป ถึงระดับฐานราก จากนั้น เรามาดูดวงชะตาขณะยึดอำนาจกัน โดยใช้สูตร รัฐประหาร (Coup d’etat) นั่นคือ เมษ+มฤตยู-โครโนส

ดวงชะตา ยึดอำนาจ 2557
ดวงชะตา ยึดอำนาจ 2557

พบว่า จุดรัฐประหาร เมษ+มฤตยู-โครโนส = โครโนส = ลัคนา/จันทร์ = เมษ/เซอุส = เมษ/มฤตยู

แปลได้ว่า เวลาแห่งการทำรัฐประหาร โดยใช้อำนาจปืน เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

จะเห็นว่า สูตรดาวของโหราศาสตร์ยูเรเนียนนั้นสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ด้วยความละเอียดเช่นนี้ ทำให้โหราศาสตร์ยูเรเนียนจึงมีชื่อเสียงในด้านความละเอียดแม่นยำ จน อ.อารี สวัสดี เคยบอกว่า โหราศาสตร์ยูเรเนียนเป็นการดูแบบดิจิทัล ไม่ใช่แอนะล็อก

อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างที่ยกมานี้ เป็นการวิเคราะห์ดวงชะตาแบบย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ความท้าทายของนักโหราศาสตร์คือการพยากรณ์อนาคตมากกว่า ซึ่งนักโหราศาสตร์จะใช้ดวงชะตาของวันสำคัญต่างๆ เช่น วันพระจันทร์ดับ หรืออมาวสี (New Moon), วันพระจันทร์เพ็ญ (Full Moon) เป็นต้น ทั้งนี้ หากเราย้อนเวลาไปดูดวงวันพระจันทร์ดับ ซึ่งใช้พยากรณ์เหตุการณ์เดือนถัดไป เมื่อ 29 เม.ย. 57 เวลา 13:14 น. พบว่า

จุดรัฐประหาร เมษ+มฤตยู-โครโนส = โครโนส = ลัคนา = เสาร์ = เมษ/พลูโต

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อสูตรดาวใด เท่ากับ ลัคนา เราพอจะพยากรณ์ได้ว่า จะเกิดเหตุการณ์นั้น อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ นอกจากจะเท่ากับลัคนาแล้ว ยังเท่ากับ ดาวเสาร์อีกด้วย ทำให้เกิดปัญหาในการออกคำพยากรณ์ เพราะดาวเสาร์หมายถึง ข้อจำกัด อุปสรรค จึงไม่ง่ายนักที่นักโหราศาสตร์ยูเรเนียนจะฟันธงไปเลยว่า เกิดรัฐประหารแน่ๆ ทั้งนี้ เราสามารถเจาะลึกไปกว่านั้น ด้วยการดูดวงพระจันทร์เพ็ญ (15 พ.ค. 57 เวลา 2:15 น.) แล้วพบว่า ศูนย์รังสี (เมษ+มฤตยู-โครโนส)/เมอริเดียน = เมษ ทำให้เห็นแนวโน้มรัฐประหารชัดเจนขึ้น

แต่อย่างที่ อ.อารี เคยสอนเอาไว้ การพยากรณ์ฟันธงเหตุการณ์บ้านเมืองในเรื่องอย่างนี้จะเกิดประโยชน์อะไรต่อสังคม นักโหราศาสตร์ควรพูดในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า แต่เราต้องบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาศึกษาพัฒนาความรู้โหราศาสตร์ของเราต่อไป

ราศีอะไรกันแน่

ราศีอะไรกันแน่

โดย พัลลาส
pallas@horauranian.com
กันยายน 2555

          คำถามที่ผมมักเจอเสมอเวลาคุยกับผู้คนเกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์ นั่นคือ ผม/ดิฉันเกิดราศีอะไรกันแน่? ทำไมนิตยสารเล่มนี้บอกว่าเกิดราศีเมษ แต่อีกเล่มบอกว่าเป็นราศีพฤษภ? ทำไมอาจารย์คนนี้บอกว่าตัดแบ่งราศีที่วันที่ 15 แต่อาจารย์อีกท่านบอกว่าตัดราศีตรงวันที่ 21?

เคสโทรศัพท์จักรราศี
ราศีอะไรกันแน่

โดยปกติแล้ว ก่อนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ ผมต้องประเมินสถานการณ์ก่อนว่า ผู้ถามพร้อมที่จะฟังคำตอบยาวๆ หรือคำตอบสั้นๆ เพราะถ้าจะตอบให้เข้าใจก็ต้องอธิบายกันพอสมควร แต่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเวลาฟังกัน ผมจึงมักตอบสั้นๆไปว่า ให้เชื่อตามนักพยากรณ์คนที่เราไปหาบอก เช่น หากเราอ่านคอลัมน์ดวงประจำเดือนในนิตยสารซักเล่ม ก็ให้ดูว่าคอลัมน์นั้นระบุว่าราศีนี้ตรงกับผู้ที่เกิดระหว่างวันไหนถึงวันไหน และเราก็ใช้ตามไปเลย ไม่ต้องไปคิดมาก เพราะนักพยากรณ์ท่านนั้นก็ออกคำพยากรณ์ตามระบบราศีที่ได้ระบุไว้ ส่วนคำตอบยาวๆนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจนำโหราศาสตร์ไปใช้ประโยชน์จริงๆ มากกว่าจะอ่านหรือฟังเป็นเรื่องบันเทิงเล่นๆ และที่สำคัญต้องมีเวลาทำความเข้าใจพอสมควร อย่างผู้อ่านคอลัมน์นี้นั่นเอง

ย้อนกลับเมื่อราวสองพันกว่าปีก่อน นักปราชญ์โบราณในดินแดนเมโสโปเตเมีย (หรือตะวันออกกลางในปัจจุบัน) ได้สร้างแบบจำลองดาวเคราะห์บนท้องฟ้าลงมาบนแผ่นจารึก โดยแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 12 ส่วน เรียกว่า 12 ราศี เริ่มจากราศีเมษ, พฤษภ, มิถุน, กรกฎ, สิงห์, กันย์, ตุลย์, พิจิก, ธนู, มกร, กุมภ์ และมีน แต่ละราศีมีความกว้างเท่ากับ 30 องศา รวมกัน 12 ราศี ก็เท่ากับ 360 องศา เป็นวงกลมพอดี เรียกว่า ดวงชะตา (Horoscope)

ปัญหาก็คือ แล้วราศีเหล่านี้เริ่มต้นตรงไหนล่ะ? นักปราชญ์ยุคนั้นซึ่งอยู่ในซีกโลกเหนือพบว่า ในแต่ละปี มีวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากันอยู่ 2 วัน และเป็นจุดเปลี่ยนฤดูกาล วันแรกเป็นวันที่เปลี่ยนจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อยู่ราววันที่ 20 มีนาคม และอีกวันหนึ่งเป็นวันที่เปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงอยู่ราววันที่ 21 กันยายน นักปราชญ์จึงตัดสินใจกำหนดให้ตำแหน่งที่ทำให้กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คือจุดเริ่มต้นของราศีเมษ เพราะเป็นเวลาที่พืชพรรณธรรมชาติตื่นจากการหลับใหลจำศีลในฤดูหนาวมาสู่การตื่นตัวในใบไม้ผลิ สอดคล้องกับธรรมชาติของราศีเมษนั่นคือ การเริ่มต้น เมื่อได้จุดเริ่มต้นราศีเมษ ก็สามารถแบ่งออกเป็น 12 ราศี ราศีละ 30 องศา ได้โดยไม่ยากนัก

ในยุคนั้น ตำแหน่งดวงอาทิตย์ ณ จุดเริ่มต้นของราศีเมษดังกล่าว ตรงกับตำแหน่งของกลุ่มดาวฤกษ์ที่ถูกจินตนาการว่าเป็นแกะซึ่งเรียกกันว่า กลุ่มดาวราศีเมษ หากเราใช้จุดเริ่มต้นกลุ่มราศีเมษเป็นจุดตั้งต้นจักรราศี ก็สามารถแบ่งกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าตามแนวโคจรของดาวเคราะห์ออกเป็น 12 กลุ่มหรือ 12 ราศีได้เช่นกัน ระบบการแบ่งทั้งสองวิธีนี้ในยุคนั้นก็ทาบทับกันพอดี จึงไม่มีความแตกต่างของการแบ่งราศี

อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มฤดูใบไม้ผลิกับจุดเริ่มต้นกลุ่มดาวราศีเมษที่อยู่ที่เดียวกันนี้ ได้มีการขยับห่างออกจากกันทีละน้อย เนื่องจากการโคจรของโลกมีการควงส่ายคล้ายกับลูกข่าง ทำให้วันที่เปลี่ยนฤดูกาลไม่ตรงกับวันที่ดวงอาทิตย์โคจรเข้ากลุ่มดาวราศีเมษ ความแตกต่างนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไปในอัตรา 72 ปีต่อ 1 องศา ทำให้เกิดระบบการแบ่งราศีออกเป็น 2 ระบบ ระบบแรก อ้างอิงตามจุดเปลี่ยนฤดูกาล จึงเริ่มต้นราศีเมษที่ 20 มีนาคม ระบบนี้ได้เผยแพร่ไปทางตะวันตก ได้แก่ กรีก โรมัน ยุโรป ส่วนระบบที่สองที่อ้างอิงกลุ่มดาวฤกษ์เผยแพร่ไปทางตะวันออกมายังอินเดียและเอเชียตะวันออก ปัจจุบันเริ่มต้นราศีเมษราวๆวันที่ 14 เมษายน

จากวิวัฒนาการดังกล่าว โหราศาสตร์ตะวันตก รวมถึงโหราศาสตร์ยูเรเนียน จึงใช้จักรราศีที่อ้างอิงกับฤดูกาล เริ่มต้นราศีเมษที่ 20 มี.ค. การตัดแบ่งราศีแต่ละเดือนจึงตัดที่ราวๆวันที่ 20-22 ส่วนโหราศาสตร์ตะวันออกทั้งอินเดียและไทยนั้นใช้จักรราศีที่อ้างอิงกับกลุ่มดาวฤกษ์ เริ่มต้นราศีเมษที่ 14 เม.ย. จึงตัดแบ่งราศีกันที่ราวๆวันที่ 14-16 ของทุกเดือน

เมื่ออธิบายถึงตอนนี้ หลายคนก็ตั้งคำถามทันทีว่า แล้วระบบไหนแม่นยำกว่าล่ะ? คำตอบก็คือ แม่นยำทั้งสองระบบ จากประสบการณ์ของผม พบว่า ความแม่นยำของคำพยากรณ์ขึ้นอยู่กับฝีมือของนักพยากรณ์ มากกว่าจะมาจากหลักวิชาที่ใช้ ทั้งสองระบบได้มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องตามวิธีการแบ่งราศีที่ต่างกัน ระบบของตะวันตกนั้นอ้างอิงกับฤดูกาล เวลาแปลความหมายของแต่ละราศีก็จะอ้างอิงมาจากธรรมชาติของฤดูกาล เช่น ราศีพิจิก ตรงกับกลางฤดูใบไม้ผลิ ก็ให้ความหมายถึง การเสียสละ ส่วนราศีมกร ตรงกับจุดเริ่มเข้าฤดูหนาว ก็ให้ความหมายเกี่ยวกับ ความอดทน การรอคอย ความหยุดนิ่ง เป็นต้น ส่วนระบบของตะวันออกนั้นอ้างอิงกับกลุ่มดาวฤกษ์ ก็แปลความหมายตามจินตนาการของนักปราชญ์โบราณ เช่น ราศีสิงห์ หมายถึง ผู้นำ, ราศีธนู หมายถึง การมองการณ์ไกล นั่นเอง

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ครั้งต่อไปเวลาเห็นการแบ่งราศีแตกต่างกัน ก็อย่าแปลกใจ ขอให้รับรู้ว่า นักพยากรณ์ท่านนั้นใช้วิชาโหราศาสตร์ที่มีวิธีการแบ่งราศีแตกต่างไป หากแบ่งราศีราวๆวันที่ 20-22 แสดงว่าใช้โหราศาสตร์ตะวันตก แต่หากแบ่งราศีราวๆวันที่ 14-16 แสดงว่าใช้โหราศาสตร์ทางตะวันออก อาจเป็นโหราศาสตร์ไทยหรืออินเดียก็ได้ ดังนั้น สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาโหราศาสตร์ คำตอบสั้นๆสำหรับคำถามว่า ตกลง ผม/ดิฉันเกิดราศีอะไรกันแน่? จึงตอบสั้นๆไปว่า ให้เชื่อตามนักพยากรณ์คนที่เราไปหาบอก นั่นเอง

ปรากฏการณ์ฟ้า 2557

คำนวณโดยใช้จักรราศีแบบสายนะ (Tropical Zodiac) ที่ใช้ในโหราศาสตร์สากล (ซึ่งจะไม่ตรงกับจักรราศีนิรายนะที่ใช้ในโหราศาสตร์ไทย) และบอกเวลา ณ เวลามาตรฐานประเทศไทย คำนวณลัคนาและเมอริเดียน ณ กรุงเทพฯ

ปี พ.ศ.2557 หรือ ค.ศ. 2014 มีอุปราคา หรือ คราส (Eclipse) เกิดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง (น้อยกว่า ปี 2556 ที่เกิด 5 ครั้ง) ดังต่อไปนี้

1. จันทรุปราคาเต็มดวง 15 เม.ย. 2557 เวลา 14:42 น. ตำแหน่งคราส 25 ตุล 15 ขนาดคราส 1.291 ซารอสที่ 122 มองไม่เห็นในประเทศไทย

2. สุริยุปราคาวงแหวน ซึ่งเส้นศูนย์กลางไม่สัมผัสพื้นผิวโลก (Non-central Annular Solar Eclipse) 29 เม.ย. 2557 เวลา 13:14 น. ตำแหน่งคราส 8 พฤษภ 51 ซารอสที่ 148 มองไม่เห็นในประเทศไทย

3. จันทรุปราคาเต็มดวง 8 ต.ค. 2557 เวลา 17:50 น. ตำแหน่งคราส 15 เมษ 05 ขนาดของคราส 1.166 ซารอสที่ 127 มองเห็นในประเทศไทยช่วงหัวค่ำ

4. สุริยุปราคาบางส่วน 24 ต.ค. 2557 เวลา 4:56 น. ตำแหน่งคราส 0 พิจิก 24 ขนาดของคราส 0.811 ซารอสที่ 153 มองไม่เห็นในประเทศไทย

วันเวลาที่ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าจรราศี (Cardinal Ingresses of the Sun) เพื่อคำนวณดวงชะตาแต่ละไตรมาส ได้แก่

1. วสันตวิษุวัต (Spring Equinox) 20 มี.ค. 2557 เวลา 23:57 น. ลัคนา 18 ธนู 02 เมอริเดียน 22 กันย์ 18

2. ครีษมายัน (Summer Solstice) 21 มิ.ย. 2557 เวลา 17:51 น. ลัคนา 17 ธนู 59 เมอริเดียน 22 กันย์ 15

3. ศารทวิษุวัต (Autumn Equinox) 23 ก.ย. 2557 เวลา 9:29 น. ลัคนา 17 พิจิก 47 เมอริเดียน 17 สิงห์ 12

4. เหมายัน (Winter Solstice) 22 ธ.ค. 2557 เวลา 6:03 น. ลัคนา 21 ธนู 27 เมอริเดียน 26 กันย์ 24

ข้อสังเกต ลัคนาและเมอริเดียนของไตรมาส 2 และ 3 อยู่ตำแหน่งเดียวกัน คือ ลัคนา 17 ธนู และเมอริเดียน 22 กันย์

ลักษณะการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ ในปี 2557

ดาวพุธ โคจรพักร์ (ถอยหลัง) ในปี 2557 ทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่

  •  ครั้งที่ 1 ถอยหลังระหว่าง 7 ก.พ. 2557 เวลา 4:43 น. จนถึง 28 ก.พ. 2557 เวลา 21:00 น.
  • ครั้งที่ 2 ถอยหลังระหว่าง 7 มิ.ย. 2557 เวลา 18:56 น. จนถึง 1 ก.ค. 2557 เวลา 19:50 น.
  • ครั้งที่ 3 ถอยหลังระหว่าง 5 ต.ค. 2557 เวลา 0:02 น. จนถึง 26 ต.ค. 2557 เวลา 2:17 น.

ดาวศุกร์ ขณะนี้ถอยหลังอยู่ จะเริ่มเดินหน้า 1 ก.พ. 2557 เวลา 3:49 น.

ดาวอังคาร ตอนนี้เดินหน้าอยู่ราศีตุล และจะโคจรถอยหลัง ระหว่าง 1 มี.ค. 2557 เวลา 23:23 น.  จนถึง 20 พ.ค. 2557 เวลา 8:31 น. ก็เดินหน้าต่อ

  • ยกจากราศีตุลเข้าราศีพิจิก 26 ก.ค. 2557 เวลา 9:25 น.
  • ยกจากราศีพิจิกเข้าราศีธนู 14 ก.ย. 2557 เวลา 4:57 น.
  • ยกจากราศีธนูเข้าราศีมกร 26 ต.ค. 2557 เวลา 17:43 น.
  • ยกจากราศีมกรเข้าราศีกุมภ์ 5 ธ.ค. 2557 เวลา 6:57 น.

ดาวพฤหัส ตอนนี้โคจรถอยหลังในราศีกรกฎ ตั้งแต่เมื่อ 7 พ.ย. 2556 เวลา 12:03 น. และจะเริ่มโคจรเดินหน้าในวันที่ 6 มี.ค. 2557 เวลา 17:42 น.

ยกจากราศีกรกฎเข้าราศีสิงห์ 16 ก.ค. 2557 เวลา 17:30 น. โดยจะเริ่มโคจรถอยหลังในวันที่ 9 ธ.ค. 2557 เวลา 3:41 น.

ดาวเสาร์ ตอนนี้อยู่ในราศีพิจิก จะโคจรถอยหลัง ระหว่าง 2 มี.ค. 2557 เวลา 23:19 น. จนถึง 21 ก.ค. 2557 เวลา 3:35 น.

ยกจากราศีพิจิกเข้าราศีธนู 23 ธ.ค. 2557 เวลา 23:34 น.

ดาวมฤตยู (หรือยูเรนัส) ตอนนี้โคจรอยู่ในราศีเมษ จะโคจรถอยหลังระหว่าง 22 ก.ค. 2557 เวลา 9:53 น. จนถึง 22 ธ.ค. 2557 เวลา 5:44 น.

ดาวเนปจูน ตอนนี้โคจรอยู่ในราศีมีน จะโคจรถอยหลังระหว่าง 10 มิ.ย. 2557 เวลา 2:49 น. จนถึง 16 พ.ย. 2557 เวลา 14:05 น.

ดาวพลูโต ตอนนี้โคจรอยู่ในราศีมกร จะโคจรถอยหลังระหว่าง 15 เม.ย. 2557 เวลา 6:47 น. จนถึง 23 ก.ย. 2557 เวลา 7:36 น.

ราหูจริง (True Node) ตอนนี้อยู่ในราศีพิจิก และจะย้ายเข้าราศีตุล ในวันที่ 18 ก.พ. 2557 เวลา 21:50 น.

การทำมุมสำคัญของดาวเคราะห์ชั้นนอกและดาวทิพย์ 

เฉพาะมุมกุม เล็ง ฉาก และตรีโกณ

  • 31 ม.ค. 2557 พฤหัส เล็ง พลูโต
  • 9 ก.พ. 2557 พฤหัส ตรีโกณ โพไซดอน
  • 26 ก.พ. 2557 พฤหัส ฉาก มฤตยู
  • 28 มี.ค. 2557 พฤหัส ตรีโกณ โพไซดอน
  • 20 เม.ย. 2557 พฤหัส ฉาก มฤตยู
  • 21 เม.ย. 2557 พฤหัส เล็ง พลูโต
  • 22 เม.ย. 2557 มฤตยู ฉาก พลูโต
  • 4 พ.ค. 2557 พฤหัส ฉาก เซอุส
  • 25 พ.ค. 2557 พฤหัส ตรีโกณ เสาร์
  • 26 พ.ค. 2557 มฤตยู เล็ง เซอุส
  • 7 ก.ค. 2557 พฤหัส กุม วัลคานุส
  • 11 ก.ค. 2557 พฤหัส ฉาก อพอลลอน
  • 2 ก.ย. 2557 พฤหัส ฉาก โพไซดอน
  • 6 ก.ย. 2557 มฤตยู เล็ง เซอุส
  • 26 ก.ย. 2557 พฤหัส ตรีโกณ มฤตยู
  • 7 ธ.ค. 2557 เสาร์ เล็ง แอดเมตอส
  • 13 ธ.ค. 2557 เสาร์ ตรีโกณ วัลคานุส
  • 15 ธ.ค. 2557 มฤตยู ฉาก พลูโต

ข้อสังเกตคือ 20-22 เม.ย. 2557 อังคาร พฤหัส มฤตยู พลูโต ทำมุมจตุโกณใหญ่ (Grand Cross) ที่ตำแหน่ง 13 องศา เมษ กรกฎ ตุล มกร ซึ่งตรงกับตำแหน่งอาทิตย์กำเนิดของประเทศสหรัฐอเมริกา (13 กรกฎ) น่าจะเกิดเหตุการณ์สำคัญในประเทศสหรัฐอเมริกา

ภาพตำแหน่งดาวเคราะห์บนแผนที่โลก ณ วันที่ดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีมกร 22 ธ.ค. 2556 เวลา 0:11 น.

Image

ข้อสังเกตคือ ฮาเดสกุมเมอริเดียนจรของประเทศกัมพูชา และอาทิตย์กุมเมอริเดียนจรสหรัฐอเมริกา โดยมีมฤตยูอยู่เรือนที่ 1

ลงทุนให้รวยด้วยธาตุสี่

บทความเนื่องในวันโหรจรัญ 16 กันยายน 2555

โดย Pallas
http://www.horauranian.com
http://TheStarSeer.com
6
กันยายน 2555

          เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553 ผมได้รับการติดต่อจากนักข่าวโพสต์ทูเดย์ เพื่อขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับการลงทุนตามธาตุทั้งสี่ เนื่องจากนักข่าวได้อ่านบทความ “ธาตุทั้งสี่และการบริหารจัดการ” ซึ่งผมเคยเขียนลงไว้ใน www.horauranian.com จึงสนใจอยากให้ผมช่วยขยายความในแง่มุมเกี่ยวกับการลงทุนให้มากขึ้น ผมจึงได้ให้สัมภาษณ์ไปโดยได้ลงในหนังสือพิมพ์โพสท์ทูเดย์ฉบับ 15 พ.ค. 2553 ในชื่อบทความว่า “ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ธาตุทั้งสี่ช่วยชี้ช่องลงทุน” ตอนที่ให้สัมภาษณ์นั้น ผมไม่ได้อธิบายละเอียดมากนัก เพียงแต่สรุปหลักการคร่าวๆของธาตุทั้งสี่ในแง่มุมที่เกี่ยวกับการลงทุนและยกตัวอย่างนักลงทุนชื่อดังในแต่ละธาตุไป บทความดังกล่าวก็ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

          หลังจากนั้น ผมก็ได้ค้นคว้าวิจัยเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม จนพัฒนาเป็นหลักสูตรอบรมสำหรับคนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานโหราศาสตร์ ดังเช่น เมื่อปลายปี 2554 ผมได้สอนหลักสูตร “เข้าใจนักลงทุนตามหลักธาตุสี่” ให้กับเจ้าหน้าที่การตลาด ของบริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก เพื่อเป็นแนวทางทำความเข้าใจนักลงทุนประเภทต่างๆและทำให้สามารถแนะนำการลงทุนให้ถูกกับจริตกับนักลงทุนแต่ละคนได้

อันที่จริง โหราศาสตร์สามารถนำไปใช้ในการลงทุนได้ในหลายรูปแบบ บ้างก็นำไปวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร บ้างก็นำไปคำนวณดวงชะตาของหุ้นแต่ละตัวเพื่อหาจังหวะซื้อขาย บ้างก็นำไปวิเคราะห์ทิศทางราคาของสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ตรงของผม พบว่า แม้นักลงทุนจะได้รับคำพยากรณ์ที่แม่นยำไปพร้อมๆกัน แต่กลับพบว่า นักลงทุนเหล่านั้นได้รับผลตอบแทนแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อรับทราบคำพยากรณ์ไป ก็ไม่ได้หมายความว่า แต่ละคนจะไปซื้อหุ้นตัวนั้นพร้อมกัน หรือในปริมาณเท่ากัน ที่สำคัญ จังหวะการขายหุ้นของแต่ละคนยิ่งแตกต่างกันไปใหญ่ ความแตกต่างเหล่านี้ ผมคิดว่ามาจากพฤติกรรมหรือนิสัยการลงทุนของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อผลตอบแทนจากการลงทุน

แล้วอะไรล่ะที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการลงทุนของคนเราในมุมมองของโหราศาสตร์? คำตอบก็คือ พื้นดวงชะตาแต่ละคนนั่นเอง เราสามารถวิเคราะห์ดวงชะตาของนักลงทุนแต่ละคนเพื่อพยากรณ์อุปนิสัยการลงทุนได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผมเรียนรู้มา พบว่า เครื่องมือการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิผลที่สุดคือเครื่องมือที่เรียบง่าย “Simple is Best” หลักการธาตุทั้งสี่จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการวิเคราะห์อุปนิสัยของนักลงทุน

ในโลกวิชาการ ได้มีทฤษฎีการแบ่งประเภทของนักลงทุนอยู่หลายวิธี เช่น วิธี Barnwell Two-Way Method ที่พัฒนาโดย Marilyn MacGruder Barnwell แห่ง MacGruder Agency, Inc. เมื่อ พ.ศ.2530 ได้แบ่งนักลงทุนเป็น 2 พวก คือ นักลงทุนเชิงรับ (Passive Investors) ได้แก่ ผู้ที่รวยจากมรดก ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางวิชาชีพ หรือคนที่ได้เงินจากคนอื่นมาลงทุน นักลงทุนกลุ่มนี้จะเน้นที่ความมั่นคงปลอดภัย มากกว่า ผลตอบแทน และ นักลงทุนเชิงรุก (Active Investors) ได้แก่ผู้ที่รวยขึ้นมาจากความสามารถของตนเอง คนที่เคยเสี่ยงแล้วประสบความสำเร็จ นักลงทุนกลุ่มนี้จึงยินดีรับความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น

ในช่วงเวลาใกล้กัน คือใน พ.ศ.2529 โธมัส เบลลาร์ด, เดวิด บีห์ล และโรนัลด์ ไคเซอร์ ได้นำเสนอแนวคิดการแบ่งนักลงทุนเป็น 5 ประเภท เรียกกันว่า “BB&K Five-Way Model” โดยแบ่งจากสองแกน แกนแรกคือ แกน เชื่อมั่น-วิตกกังวล (ระดับความเชื่อมั่น) และแกนที่สองคือ แกน ใจร้อน-ระมัดระวัง (วิธีลงทุน)

 

         เมื่อผสมแกนทั้งสองเข้าด้วยกัน ก็ได้แบ่งนักลงทุนออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. 1. นักผจญภัย (Adventurer) นักลงทุนที่เชื่อมั่นและใจร้อน เป็นพวกชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย
  2. 2. ปัจเจกชน (Individualist) นักลงทุนที่เชื่อมั่นและระมัดระวัง มักเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ เช่น ทนายความ นักบัญชี ฯลฯ
  3. 3. ผู้พิทักษ์ (Guardian) นักลงทุนที่วิตกกังวลและระมัดระวัง มักเป็นผู้สูงอายุ ไม่ชอบความผันผวน
  4. 4. คนดัง (Celebrity)  นักลงทุนที่วิตกกังวลและใจร้อน เป็นพวกกลัวตกรถ มักซื้อๆขายๆบ่อยๆ
  5. 5. กลางๆ (Straight Arrow) นักลงทุนที่กลางๆ ไม่มีความโดดเด่นไปทางด้านไหนเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม การนำทั้งสองทฤษฎีไปใช้งานจริง ต้องอาศัยดุลยพินิจของผู้วิเคราะห์เป็นสำคัญ ส่งผลให้เกิดอคติได้ง่าย ในฐานะนักโหราศาสตร์ ผมจึงคิดว่า การนำหลักวิชาเรื่องธาตุสี่ไปใช้ น่าจะสะดวกและเหมาะสมยิ่งกว่าทั้งสองทฤษฎีดังกล่าว

ปรัชญาเรื่อง ธาตุสี่ นี้ได้รับการพัฒนาโดยนักปราชญ์ยุคโบราณมาไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี และได้มีการนำไปประยุกต์ใช้กับแทบทุกศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ เคมี เล่นแร่แปรธาตุ จิตวิทยา การบริหารจัดการ ฯลฯ เมื่อราวทศวรรษ 1930 คาร์ล กุสตาฟ จุง ได้นำหลักธาตุสี่ไปใช้ในการจัดประเภทบุคลิกภาพของมนุษย์ โดยได้แบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่

  1. Intuition รับรู้และตัดสินเรื่องราวด้วยญาณสังหรณ์
  2. Sensation รับรู้และตัดสินเรื่องราวด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
  3. Thinking รับรู้และตัดสินเรื่องราวด้วยการคิด
  4. Feeling รับรู้และตัดสินเรื่องราวด้วยความรู้สึก

ตั้งแต่นั้นมา แวดวงวิชาการทางจิตวิทยา ก็ได้พัฒนาต่อยอดแนวคิดของคาร์ล จุง ออกไปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎี Myers-Briggs Type Indicator (MBTI) ที่แบ่งออกเป็น 16 ประเภท และประเมินบุคลิกภาพโดยแบบทดสอบ ปัจจุบันเป็นแบบประเมินบุคลิกภาพที่แพร่หลายที่สุดในโลก  หรือทฤษฎี Keirsey Temperament Sorter (KTS) ที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของเพลโตและฮิปโปเครติส

ผมพบว่า ทุกๆทฤษฎีบุคลิกภาพต่างต่อยอดมาจากธาตุสี่ แต่ทวีความซับซ้อนขึ้นจนยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ ที่สำคัญ ต่างจัดประเภทผู้คนโดยการทำแบบทดสอบ ซึ่งจากประสบการณ์ของผม พบว่า เราสามารถตอบแบบประเมินเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างที่เราต้องการได้หากเราเข้าใจกลไกของทฤษฎีนั้นๆ (อย่างที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Manipulation) ทำให้การทำแบบประเมินไม่สะท้อนตัวตนที่แท้จริง ผมจึงคิดว่า วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการกลับไปที่ต้นธารของหลักวิชา นั่นคือ ธาตุสี่ นั่นเอง

การแบ่งบุคลิกภาพของคนตามหลักธาตุสี่นั้น เราพอสรุปโดยย่อด้วยการแบ่งออกเป็น 2 แกน นั่นคือ แกนเชิงรุก-เชิงรับ และแกนเน้นเหตุผล-เน้นความรู้สึก จากแกนทั้งสอง เราก็สามารถแบ่งคนได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

         จากนั้น เราสามารถอธิบายจุดเด่น จุดด้อย วิธีการนำเสนอ สไตล์การเจรจาต่อรอง ข้อพึงระวัง สไตล์การลงทุน รวมถึงตัวอย่างนักลงทุนชื่อดังในแต่ละธาตุ ได้ดังนี้

นักลงทุนธาตุไฟ

  • เชิงรุก – เน้นความรู้สึก
    • กระตือรือร้น ขยายตัว มีชีวิตชีวา
    • บุกเบิก ริเริ่ม
    • โดดเด่น เป็นผู้นำ
  • จุดเด่น
    • มีความเป็นผู้นำ ชักชวนคนอื่นเก่ง ทำงานเร็ว ตัดสินใจเร็ว กล้าเสี่ยง
  • จุดด้อย
    • เร่งรีบเกินไป จนสะเพร่า ทำงานไม่เสร็จ เผด็จการ แข็งกร้าว อีโก้สูง
  • การนำเสนอ
    • ธาตุไฟเป็นนักพูด สร้างแรงบันดาลใจ แกมบังคับ
    • สื่อสารทางเดียว
    • เป็นนักพูดที่ดี แต่มักไม่ใช่นักฟังที่ดี
  • สไตล์การเจรจาต่อรอง
    • ชอบเอาชนะ
    • Win-Lose Scenario
  • ข้อพึงระวัง
    • ไม่ต้องการเป็นผู้แพ้
  • สไตล์การลงทุน
    • ตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง ไม่เชื่อใครง่ายๆ
    • บทวิเคราะห์เป็นเพียงข้อมูลประกอบ ส่วนใหญ่อ่านแต่ Highlights ไม่ได้อ่านละเอียด
  • • ตัวอย่างนักลงทุนชื่อดัง ธาตุไฟ
    • เซอร์ จอห์น เทมเปิลตัน (ผู้ก่อตั้งกองทุนเทมเปิลตัน และบุกเบิกการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ)

นักลงทุนธาตุดิน

  • เชิงรับ – เน้นเหตุผล
    • นักปฏิบัติ แก้ปัญหา ไม่เพ้อฝัน
    • อดทน มุ่งมั่นสู่เป้าหมาย
    • อนุรักษ์นิยม ยืนหยัด
  • จุดเด่น
    • มีความรับผิดชอบสูง ทำให้เกิดผลงานจริง
  • จุดด้อย
    • ไม่หยืดหยุ่น ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เข้าควบคุม ขาดแรงบันดาลใจ
  • การนำเสนอ
    • เน้นข้อมูล สถิติ การวิเคราะห์
    • สื่อสารทางเดียว
    • พูดแต่เนื้อหา ฟังคนอื่นแต่ไม่ค่อยแสดงแสดงอารมณ์ร่วม
  • สไตล์การเจรจาต่อรอง
    • เน้นที่องค์กร มากกว่าตัวบุคคล, ‘We’ form
    • เป็นไปตามกฎ ตรงไปตรงมา
  • ข้อพึงระวัง
    • กลัวความล้มเหลว
  • สไตล์การลงทุน
    • รอบคอบ ซื้อขายไม่บ่อย
    • ไม่ชอบเสี่ยง
    • อ่านข้อมูลโดยละเอียด วิเคราะห์อย่างรอบคอบ
  • ตัวอย่างนักลงทุนชื่อดัง ธาตุดิน
    • วอเรน บัฟเฟตต์ (CEO เบิร์กไชร์ ฮาร์ธาเวย์)

นักลงทุนธาตุลม

  • เชิงรุก – เน้นเหตุผล
    • เน้นระบบ ใช้ตรรกะและความรู้ ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึก
    • ชอบพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น
    • Perfectionist
  • จุดเด่น
    • เน้นเหตุผล ความรู้ ความยุติธรรม
  • จุดด้อย
    • มองข้ามความรู้สึกของคน, NATO  (No Actions, Talk Only)
  • การนำเสนอ
    • เน้นการอ้างทฤษฎี หลักการ ความรู้
    • สื่อสารสองทาง ต้องการ Feedback
    • มักตั้งสมมติฐาน “What if..?”
  • สไตล์การเจรจาต่อรอง
    • เน้นความร่วมมือ ประสานประโยชน์
    • Win-Win Scenario
  • ข้อพึงระวัง
    • ไม่ชอบอยู่นิ่ง ไม่ชอบการเอาเปรียบ
  • สไตล์การลงทุน
    • เน้นระบบ มากกว่าดุลยพินิจ
    • คิดกลยุทธ์หลายๆทาง ไม่ปักใจทางเดียว
  • ตัวอย่างนักลงทุนชื่อดัง ธาตุลม
    • จิม โรเจอร์ (อินเดียน่า โจนส์แห่งโลกการเงิน)

นักลงทุนธาตุน้ำ

  • เชิงรับ – เน้นความรู้สึก
    • ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ
    • อ่อนไหว ดูแลเอาใจใส่ความรู้สึกผู้คน
    • ใช้สัญชาตญาณนำทาง
  • จุดเด่น
    • มีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวได้ง่าย เข้าใจคน
  • จุดด้อย
    • ไม่มีระบบ ไม่สนกฎเกณฑ์ เน้นความสัมพันธ์มากกว่าระบบ
  • การนำเสนอ
    • เน้นความประทับใจ สร้างอารมณ์ร่วม
    • นำเสนอความคิดสร้างสรรค์
  • สไตล์การเจรจาต่อรอง
    • เน้นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล หรือความพอใจ
    • นำไปสู่ข้อตกลงที่เหนือกว่าสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ข้อพึงระวัง
    • ไม่ต้องการถูกมองข้าม
  • สไตล์การลงทุน
    • เชื่อคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่ไว้ใจ
    • ลงทุนในสิ่งที่ตนเองรัก
  • ตัวอย่างนักลงทุนชื่อดัง ธาตุน้ำ
    • รูเพิร์ต เมอร์ดอค (เจ้าของกิจการสื่อมวลชนระดับโลก NewsCorp)
    • โฮเวิร์ด ชูลทซ์ (ผู้ก่อตั้ง Starbucks)

แนวทางการนำความรู้เรื่องนี้ไปใช้ก็คือ นำดวงชะตาของผู้ที่เราจะวิเคราะห์มาดูว่า ธาตุอะไรเป็นธาตุที่เด่นในดวงชะตา เราก็พอจะทราบว่านักลงทุนคนนั้นมีแนวโน้มที่จะมีนิสัยการลงทุนแบบใด หลักสำคัญคือ เสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน เช่น นักลงทุนธาตุไฟ มีจุดเด่นคือ การตัดสินใจที่ฉับไว ไม่รีรอ ทำให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดี แต่มักขาดความรอบคอบ หรือตัดสินใจไปด้วยความรู้สึกเป็นสำคัญ ก็ต้องหาทางปิดจุดด้อยตรงนี้ด้วยหลากหลายวิธี เช่น อาจหาที่ปรึกษาธาตุดินและธาตุลมมาช่วยให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป เป็นต้น

บทความนี้ยังเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจ การนำความรู้นี้ไปใช้งานจริงจำเป็นต้องอาศัยความรู้อื่น เทคนิคต่างๆ และประสบการณ์มาประกอบกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมเองนำความรู้เหล่านี้มาใช้ประกอบการลงทุนของตนเองมาโดยตลอด แม้ว่าผลการลงทุนยังไม่ได้โดดเด่นในระดับที่จะอ้างได้ว่าเป็นเซียนการลงทุน แต่ก็ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม ผมยังคงใช้พอร์ตการลงทุนส่วนตัวเป็นห้องทดลองความรู้ที่ค้นคว้ามาต่อไป เพื่อวันหนึ่งอาจกล่าวได้ว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนที่เป็นเลิศนั้นมาจากความรู้ทางโหราศาสตร์เช่นกัน

เตรียมต้อนรับวันศารทวิษุวัต 22 ก.ย.55

โดย Pallas (pallas@horauranian.com)

วันพรุ่งนี้ เสาร์ที่ 22 ก.ย. 2555 เป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรโลกพอดี ในทางโหราศาสตร์สากล ถือว่าเป็นวันที่อาทิตย์ยกเข้าราศีตุล และในทางฤดูกาล ถือว่าเป็นวันเริ่มต้นเข้าฤดูใบไม้ร่วงในซีกโลกเหนือ เรียกกันในศัพท์วิชาการว่า วันศารทวิษุวัต (Autumn Equinox)
คำว่า ศารท นั้น พระยาอนุมานราชธนได้เขียนเล่าในหนังสือเทศกาลและประเพณีไทยว่า คำว่า “สารท” เป็นคำอินเดีย หมายถึง “ ฤดู ” ตรงกับฤดูในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า “ ออตอม ” อันแปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง

Equinox
วสันตวิษุวัต และศารทวิษุวัต

ภาษาอังกฤษเรียกวันนี้ว่า Autumn Equinox คำว่า Autumn ก็คือฤดูใบไม้ร่วง ส่วนคำว่า Equinox ซึ่งมาจากภาษาละติน คือ Aequus ที่แปลว่า เท่ากัน และคำว่า Nox ที่แปลว่ากลางคืน เพราะวันนี้เป็นวันที่กลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน ซึ่งปีนึงจะมี 2 วัน คือ 20 มีนาคม เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Spring Equinox) เพราะเป็นวันเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือ (วสันต์ คือฤดูใบไม้ผลิ) และ 22 กันยายน เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumn Equinox)

พจนานุกรมศัพท์ดาราศาสตร์ ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย อธิบายคำว่า Autumnal Eqinox หรือ ศารทวิษุวัต ว่า ตำแหน่งที่ดวงอาทิตย์ข้ามจากซีกฟ้าเหนือไปยังซีกฟ้าใต้ในทรงกลมฟ้า ปัจจุบันตำแหน่งนี้อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว (มีความหมายเหมือนกับ first point of libra)

ในทางโหราศาสตร์ ถือว่า วันนี้เป็นวันต้นแบบของไตรมาสสุดท้ายของปี เมื่อคำนวณดวงชะตา ณ วันเวลาที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีตุลย์ ก็สามารถแปลความหมายและพยากรณ์เป็นเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ (22 ก.ย.- 22 ธ.ค.)

ดวงศารทวิษุวัต 2012

ปีนี้ ดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีตุลย์ ในวันเสาร์ที่ 22 ก.ย. 2555 เวลา 21:49 น. ลัคนาอยู่ตำแหน่ง 1 องศาราศีมิถุน เมอริเดียนอยู่ที่ 22 องศาราศีกุมภ์ อาทิตย์อยู่ในเรือนที่ 5 จันทร์อยู่ตำแหน่ง 27 องศาราศีธนู ปลายเรือนที่ 7 ต้นเรือนที่ 8

โครงสร้างสำคัญคือ ดาวมฤตยูทำมุมฉากกับดาวพลูโต ทำมุม 45 องศาถึงเมอริเดียน บ่งบอกถึง การเปลี่ยนแปลงที่ตึงเครียด ส่งผลโดยตรงต่อผู้นำประเทศ ดาวพลูโตอยู่ในเรือนที่ 8 รวมถึงดาวพฤหัสที่โคจรในเรือนที่ 1 ก็มาจากเรือนที่ 8 ทำให้ต้องเพ่งเล็งไปที่ปัญหาหนี้สินของประเทศ

สำหรับคนทั่วไปแล้ว ผู้ที่เกิดราวๆ 15-17 เมษายน และ 14-16 มกราคม ต้องระมัดระวังการใช้ชีวิต ต้องรักษาสุขภาพให้ดี ต้องตั้งมั่นในความไม่ประมาท และสำหรับคนทุกคน ในวันเสาร์ที่ 22 ก.ย. 55 ช่วงเย็นถึงดึก ไม่ควรไปสำมะเลเทเมาที่ไหน ควรทำแต่สิ่งดีๆ เลี่ยงสิ่งไม่ดี เพื่อให้ชีวิตตลอด 3 เดือนข้างหน้าดีเช่นเดียวกับเวลาศารทวิษุวัตนั่นเอง

สนใจดูดวงสดๆทางโทรศัพท์กับคนมองฟ้าพยากรณ์ โทรมาที่  1900 888 055 ค่าบริการนาทีละ 15 บาท

สุขสันต์วันเกิด แฮร์รี่ พอตเตอร์

ตามนวนิยายชื่อดังของ เจ เค โรว์ลิ่ง เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ นั้น พระเอกของเรื่องเกิดวันที่ 31 ก.ค. ซึ่งตรงกับราศีสิงห์ และเป็นวันเกิดเดียวกับผู้แต่ง ในฐานะนักโหราศาสตร์พบว่า นวนิยายเรื่องแฝงเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับโหราศาสตร์ไว้มากมาย เชิญอ่านได้เลยครับ

โหราศาสตร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ตอน 1 

โดย Pallas
สิงหาคม 2550

          แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) เป็นนวนิยายสำหรับเด็กที่ขายดีที่สุดในโลก ประพันธ์โดย J K Rowling ชาวอังกฤษ นวนิยายเรื่องนี้เป็นนวนิยายชุด มีทั้งหมด 7 ตอน ตั้งแต่วางแผงในประเทศสหราชอาณาจักรครั้งแรกเมื่อปี 2540 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังสือเด็ก ที่ได้รับการแปลมากกว่า 63 ภาษา และสามารถขายได้กว่า 325 ล้านเล่มทั่วโลก (เฉพาะ 6 ตอนแรก ยังไม่รวมตอนสุดท้ายที่เพิ่งวางแผงไปเมื่อ 21 กรกฎาคม 2550 นี้) 

          เรื่องราวในนวนิยายเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโลกพ่อมดแม่มด มีการผูกเรื่องไว้อย่างซับซ้อนและสนุกสนาน บ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะของผู้ประพันธ์ เรื่องราว ชื่อตัวละคร ชื่อสถานที่ และเนื้อหาได้ประมวลความรู้จากหลากสาขาวิชาเข้าด้วยกัน ทั้งประวัติศาสตร์ ปรัชญา จิตวิทยา มนุษยวิทยา อักษรศาสตร์ ดาราศาสตร์ รวมไปถึงโหราศาสตร์อีกด้วย 

          เมื่อผมอ่านนวนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกนั้น ก็อ่านด้วยความเพลิดเพลิน ไม่ได้สังเกตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ ต่อมา เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็สังเกตพบว่า เจ เค โรว์ลิ่ง ได้ซ่อนประเด็นสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ไว้ในเนื้อเรื่องอย่างแยบยล แม้ว่าเธอไม่เคยเปิดเผยว่า เธอมีความรู้ทางโหราศาสตร์หรือไม่ แต่เนื้อหาในนวนิยายก็บอกอย่างชัดเจนว่าเธอมีความรู้ทางโหราศาสตร์อยู่พอสมควร ที่สำคัญผมเชื่อว่า นักศึกษาโหราศาสตร์สามารถเรียนรู้โหราศาสตร์จาก นวนิยายเรื่องนี้ได้ไม่น้อยเช่นกัน 

          บทความนี้ผมตั้งใจที่จะหยิบยกประเด็นทางโหราศาสตร์ที่ผมสังเกตพบจากนวนิยายเรื่องนี้ บางเรื่องเมื่อค้นในอินเตอร์เน็ตแล้วพบว่ามีคนกล่าวถึงอยู่บ้าง แต่มีส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยในรายละเอียด ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความเห็นแตกต่างกัน การพูดคุยถกเถียงในเรื่องทำนองนี้มักจะทำให้ผู้ร่วมเสวนาได้รับความรู้มากขึ้นอยู่เสมอ

ประเด็นที่ 1: บ้านทั้งสี่ในโรงเรียนฮอกวอตส์

          ฉากสำคัญของเรื่องนี้คือ โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ (Hogwarts School of Witchcraft and Wizardry) ซึ่งตัวละครหลักคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ เรียนอยู่ที่นั่น โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วจะต้องแบ่งนักเรียนออกเป็นบ้าน สำหรับฮอกวอตส์นั้นแบ่งเป็น 4 บ้าน ได้แก่ กริฟฟินดอร์ (Gryffindor), ฮัฟเฟิลพัฟ (Hufflepuff), เรเวนคลอ (Ravenclaw) และสลิธีริน (Slytherin) ในแต่ละปี เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม นักเรียนใหม่จะได้รับการคัดสรรเข้าบ้านแต่ละบ้านโดยการสวมหมวกคัดสรร (Sorting Hat) ลงบนศีรษะ และหมวกคัดสรรจะตัดสินใจเลือกบ้านให้กับเด็กแต่ละคน

          ในแต่ละปี หมวดคัดสรรจะร้องเพลงที่เป็นการอธิบายคุณสมบัติต่างๆที่บ้านทั้งสี่ของฮอกวอตส์ต้องการ หากนักโหราศาสตร์อ่านคุณสมบัติของแต่ละบ้านดีๆก็จะพบว่า บ้านทั้งสี่ก็คือตัวแทนของธาตุทั้งสี่หรือมหาภูตรูป ไฟ ดิน ลม น้ำ นั่นเอง เราลองทวนบทเพลงของหมวกคัดสรรจากภาคแรกดูนะครับ

“..เธออาจไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์          ซึ่งเป็นหอของผู้กล้าหัวใจสิงห์
ชอบท้าทายเป็นวีรบุรุษยิ่ง          นี่คือสิ่งสัญลักษณ์กริฟฟินดอร์
ฮัฟเฟิลพัฟอาจเป็นแห่งที่เธอไป          บ้านนี้ไว้คนทนไม่ย่อท้อ
ยุติธรรมภักดีไม่รีรอ          ไม่สอพลอไม่เกี่ยงงานวานก็ทำ
พวกฉลาดไปอยู่เรเวนคลอ          บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขันขำ
อีกเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ          สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ดี
หรือเธออาจไปอยู่สลิธีริน          ซึ่งเป็นถิ่นพบมิตรแท้ชีวิตนี่
ฉลาดโกงใช้ทุกยุทธวิธี          ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ใจต้องการ..”

          หลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้หลายๆรอบ ผมได้สังเกตและตั้งสมมติฐานว่า บ้านกริฟฟินดอร์ มีลักษณะของธาตุไฟ บ้านฮัฟเฟิลพัฟมีลักษณะของธาตุดิน บ้านเรเวนคลอมีลักษณะของธาตุลม และบ้านสลิธีรินมีลักษณะของธาตุน้ำ จากนั้นผม ได้รวบรวมคุณลักษณะของบ้านแต่ละหลังได้ดังนี้

กริฟฟินดอร์

ฮัฟเฟิลพัฟ

เรเวนคลอ

สลิธีริน

บุคลิก

 กล้าหาญ 

อดทน 

ฉลาด 

มีเล่ห์เหลี่ยม

ตราสัญลักษณ์

สัตว์

 สิงโต

 แบดเจอร์

 นกอินทรี

 งู

อาจารย์ประจำบ้าน

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล

 สเปราต์ 

ฟลิตวิก 

เซเวอร์รัส สเนป

           เริ่มจากบ้านกริฟฟินดอร์ ซึ่งมีตัวละครหลักของเรื่องทั้งสามคนอยู่ในบ้านหลังนี้ คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์, รอน วีสลีย์และ เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ จุดเด่นของบ้านนี้คือมีความกล้าหาญ ชอบผจญภัย และไม่ได้อยู่ในกรอบกติกาซักเท่าไหร่ (พูดง่ายๆคือชอบแหกกฎนั่นเอง) ที่สำคัญคือมักเป็นบ้านที่ได้รับรางวัลบ้านดีเด่นประจำปีอยู่เสมอ ลักษณะเหล่านี้ตรงกับราศีธาตุไฟ หรือราศีเมษ สิงห์ ธนู ซึ่งอาจารย์วิโรจน์ได้สรุปไว้ว่า “รุก บุกเบิก ขยาย” สำหรับสัตว์ประจำบ้านของกริฟฟินดอร์นั้นคือสิงโต ซึ่งก็ชัดเจนว่าหมายถึง ราศีสิงห์ ส่วนศาสตราจารย์มักกอนนากัล อาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์นั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาแปลงร่าง ที่มีลักษณะเด่นคือ อยากให้บ้านที่ตนเองดูแลอยู่ชนะการแข่งขันกีฬาควิดดิช (ด้วยความยุติธรรม) ซึ่งการแข่งขันกีฬาก็หมายถึงราศีสิงห์นั่นเอง (อย่างไรก็ตามเนื่องจากศาสตราจาย์มักกอนนากัลเกิด 4 ต.ค. ราศีตุล จึงมีลักษณะของความเป็นผู้รักความยุติธรรมและสมานฉันท์ปนอยู่ด้วย)

          ธาตุดิน หรือบ้านฮัฟเฟิลพัฟ เป็นบ้านที่ดูจะเงียบๆ ไม่มีตัวละครที่เด่นมากนัก บุคลิกของบ้านนี้คือความอดทนมานะพยายาม ซึ่งตรงกับลักษณะของธาตุดิน ที่มีลักษณะของความมั่นคง อุตสาหะ จริงจัง สงบเสงี่ยม ตัวละครในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เด่นที่สุดของบ้านนี้คือ เซดริก ดิกกอรี่ ตัวแทนของฮอกวอตส์ที่เข้าแข่งขันประลองเวทไตรภาคีร่วมกับแฮร์รี่ในภาคที่สี่ คำบรรยายบุคลิกของเซดริกที่ดีและตรงกับธาตุดินมากที่สุด น่าจะมาจากคำพูดของศาสตราจารย์ดับเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ที่ว่า “..เซดริกเป็นบุคคลตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงคุณสมบัติมากมายหลายประการที่ทำให้บ้านฮัฟเฟิลพัฟโดดเด่น เขาเป็นเพื่อนที่ดีและไม่เปลี่ยนแปรเป็นอื่น เขาขยันและเห็นคุณค่าของการเล่นตามกฎกติกา..” เมื่อเรามาพิจารณาสัตว์ประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟคือตัวแบดเจอร์ (Badger) ซึ่งเป็นสัตว์ที่ชอบขุดรูอยู่ในดิน ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าหมายถึงธาตุดินนั่นเอง สำหรับอาจารย์ประจำบ้านนั้นคือ ศาสตราจารย์สเปราต์ อาจารย์ผู้สอนวิชาสมุนไพรศาสตร์ (เกิด 15 พ.ค. ราศีพฤษภ ธาตุดิน) ที่สอนนักเรียนเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้และพืชสมุนไพรซึ่งก็เกี่ยวข้องกับดินอีกเช่นเคย

          บ้านเรเวนคลอ บ้านของคนฉลาด ชอบเรียนรู้ ตรงกับลักษณะของธาตุลมที่อาจารย์ประยูรได้ให้คุณสมบัติไว้ว่า “ชอบเรียนรู้ รวดเร็ว มีความสามารถในการปรับตนให้เข้ากับเหตุการณ์” สัญลักษณ์ประจำบ้านคือ นกอินทรี ซึ่งเป็นนกที่แข็งแรง บินเร็ว และมองได้ไกล การที่มีสัตว์ประจำบ้านเป็นนกที่บินอยู่ในอากาศเป็นการสะท้อนถึงความเป็นธาตุลมของบ้านหลังนี้เช่นกัน อาจารย์ประจำบ้านคือศาสตราจารย์ฟลิตวิก อาจารย์สอนวิชาเวทมนตร์คาถา (เกิด 17 ต.ค. ราศีตุล ธาตุลม) เป็นพ่อมดตัวเล็กที่ต้องยืนบนตั้งหนังสือจึงจะสูงพ้นโต๊ะเล็กเชอร์ แต่ความสามารถด้านเวทมนตร์อยู่ในระดับแนวหน้า เคยชนะการแข่งขันดวลเวทมนตร์สมัยยังหนุ่ม แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวของศาสตราจารย์ฟลิตวิกที่แม้จะตัวเล็กแต่ก็พัฒนาความสามารถด้านเวทมนตร์มาชดเชยความด้อยทางร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม

          บ้านหลังสุดท้ายซึ่งผมเชื่อว่าเป็นธาตุน้ำ ค่อนข้างโชคร้ายเพราะเจ เค โรว์ลิ่ง วางตัวละครตัวร้ายไว้ในบ้านหลังนี้ เช่น โวลเดอมอร์, มัลฟอย ฯลฯ ดังนั้น ลักษณะที่ปรากฏออกมาจึงเป็นไปในทางลบเป็นส่วนใหญ่ (นักศึกษาโหราศาสตร์ต้องระลึกว่านี่เป็นนวนิยาย ย่อมสร้างบทบาทตัวละครให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายไหนคือฝ่ายดี ฝ่ายไหนคือฝ่ายร้าย ดังนั้น หากจะนำไปใช้พยากรณ์จริงก็อย่าลืมด้านบวกของธาตุน้ำด้วย) หมวกคัดสรรระบุลักษณะของเด็กที่เข้าบ้านสลิธีรินไว้ว่า เป็นคนที่มุ่งความสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย โดยไม่สนใจวิธีการ หรือเรียกว่า ฉลาดแกมโกง ลักษณะของธาตุน้ำในทางโหราศาสตร์ ได้แก่ ช่างคิดช่างฝัน ลึกซึ้ง มีความรู้สึกไว เจ้าอารมณ์ ลึกลับ ดังนั้น การที่บ้านสลิธีรินมี งู เป็นสัญลักษณ์อันหมายถึงความลึกลับ จึงสะท้อนลักษณะของธาตุน้ำ  อาจารย์ประจำบ้านสลิธีรินคือ ศาสตราจารย์ เซเวอรัส สเนป อาจารย์ประจำวิชาการปรุงยา (เกิด 9 ม.ค. ราศีมกร ธาตุดิน ซึ่งส่งผลให้สเนปเป็นคนจริงจัง แทบไม่เคยพูดเล่นเลย) ลักษณะเด่นของสเนปคือ ความเจ้าคิดเจ้าแค้นที่มีต่อพ่อของแฮร์รี่ และความลึกลับที่ไม่ทราบว่าเขาอยู่ฝ่ายดับเบิลดอร์หรือฝ่ายโวลเดอมอร์กันแน่ (ซึ่งมีการเฉลยในภาคที่ 7 แต่ขออนุญาตไม่กล่าวถึงเพราะเข้าใจว่ายังมีแฟนๆแฮร์รี่จำนวนมากที่ยังไม่ได้อ่านเล่มสุดท้าย) เท่าที่ผมสังเกตพบว่า ลักษณะของบ้านสลิธีรินจะมาจากด้านลบของราศีพิจิกและราศีมีนเป็นหลัก ส่วนราศีกรกฎมีอิทธิพลค่อนข้างน้อย 

          มีบทความ “Harry Potter and the Astrologer’s Chart” โดย Neil Spencer ในเว็บไซต์ของสมาคมโหราศาสตร์แห่งเกรทบริเตน (The Astrological Association of Great Britain) กล่าวถึงเรื่องบ้านทั้งสี่ว่ามาจากราศีทวารทั้งสี่คือ เมษ-กริฟฟินดอร์, กรกฎ-ฮัฟเฟิลพัฟ, ตุล-เรเวนคลอ และมกร-สลิธีริน ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเนื่องจากลักษณะเด่นของบ้านฮัฟเฟิลพัฟคือความอดทน มานะพยายาม และความภักดี ซึ่งไม่ตรงกับราศีกรกฎที่หมายถึงความอ่อนไหว อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรู้สึก จึงขออนุญาตนำมาบันทึกความเห็นไว้เพื่อให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาต่อไป

ประเด็นที่ 2: บุคลิกของตัวละครตามวันเกิด

          ในนิยายเรื่องนี้ เจ เค ได้สอดแทรกข้อมูลวันเกิดของตัวละครสำคัญๆไว้เป็นระยะ นอกจากนั้นสำหรับตัวละครบางคนที่เธอไม่ได้ระบุในนวนิยาย เธอได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของเธอ, การให้สัมภาษณ์ หรือกิจกรรมพบปะแฟนๆแฮร์รี่ จากการรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ทำให้ผมเชื่อว่า เจ เค มีความรู้โหราศาสตร์อยู่พอสมควร โดยเฉพาะลักษณะของคนตามราศีที่ดวงอาทิตย์สถิต (Sun Sign) เพราะเธอสามารถบรรยายขยายความลักษณะของตัวละครแต่ละคนได้สอดคล้องกับโหราศาสตร์ ซึ่งนักศึกษาโหราศาสตร์สามารถเรียนรู้ความหมายของแต่ละราศีได้จากนวนิยายเรื่องนี้แน่นอน ทั้งนี้ มีเว็บไซต์โหราศาสตร์บางแห่งได้ผูกดวงชะตาของตัวละครขึ้นมาเพื่ออธิบายเรื่องราวในนวนิยายกับดวงชะตา แต่ผมขออนุญาตข้ามเรื่องดวงชะตาไป เพราะผมไม่คิดว่า เจ เค จะผูกดวงชะตาของตัวละครแต่ละคนเพื่อเขียนนวนิยายเรื่องนี้ออกมา และถึงคำนวณได้ก็ไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาโหราศาสตร์สักเท่าไหร่

          เริ่มต้นด้วยแฮร์รี่ พอตเตอร์ พระเอกของเรื่อง วันเกิดของแฮร์รี่ของวันที่ 31 กรกฎาคม (วันเดียวกับวันเกิดของเจ เค โรว์ลิ่ง) ตรงกับราศีสิงห์ราศีของผู้นำ บุคคลผู้มีชื่อเสียง ซึ่งตรงกับแฮร์รี่อย่างยิ่ง เพราะแฮร์รี่โด่งดังในโลกของพ่อมดแม่มดในนามของเด็กชายผู้รอดชีวิต ตั้งแต่อายุเพียง 1 ขวบเท่านั้น ในด้านความเป็นผู้นำนั้น ด้วยความเป็นพระเอกของเรื่อง แฮร์รี่จะเป็นผู้นำของกลุ่มเพื่อนๆในทุกๆภาค ไม่ว่าจะมีใครให้ความเห็นหรือคำแนะนำอย่างไร แฮร์รี่จะเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้ายเสมอ ความเป็นสิงห์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความกล้าหาญ แฮร์รี่ไม่เคยกลัวในภยันตรายใดๆ แม้ว่าเขาจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่จะทำลายของลอร์ดโวลเดอมอร์ เขาตรงเข้าต่อสู้อย่างกล้าหาญเสมอ นอกจากนั้น แฮร์รี่ไม่ชอบการถูกบังคับหรืออยู่ในกฎเกณฑ์ ยามใดที่เขาถูกขีดเส้นให้อยู่ในกรอบ ขาดความอิสระ เขาจะออกอาการหัวเสีย หงุดหงิด ซึ่งเราเห็นได้ชัดในภาค 5 ภาคีนกฟีนิกซ์ เมื่อศาสตราจารย์อัมบริดจ์ได้ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาในโรงเรียนอย่างมากมาย แฮร์รี่ไม่สามารถทนอยู่ในกรอบเช่นนั้นได้ พยายามแหกกฎจนถูกลงโทษ และจับมือกับเพื่อนๆตั้งกองทัพดับเบิลดอร์ขึ้นมาอย่างลับๆเพื่อต่อต้านอำนาจของอัมบริดจ์ แง่ลบของความเป็นสิงห์ในตัวแฮร์รี่แสดงให้เห็นชัดเจนในภาค 5-7 เมื่อเขาจะแสดงอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวอยู่เสมอ เมื่อถูกตีกรอบหรือปิดกั้น แม้ว่ากรอบเหล่านั้นจะมาจากคนที่รักเขาอย่างดับเบิลดอร์ก็ตาม ในด้านความต้องการเอาชนะของสิงห์นั้น เจเค โรว์ลิ่งได้สอดแทรกเอาไว้อย่างกลมกลืน ในภาค 5 ภาคีนกฟีนิกซ์ เมื่อแฮร์รี่ทราบข่าวว่าทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนีได้รับการแต่งตั้งเป็นพรีเฟ็คหรือหัวหน้านักเรียน แทนที่เขาจะรู้สึกดีใจที่เพื่อนรักได้รับตำแหน่ง เขากลับรู้สึกไม่พอใจเพราะเขาคาดหวังว่าควรจะเป็นเขาที่ได้รับตำแหน่งดังกล่าว เพราะเขาคิดว่าเขาดีกว่าคนอื่นๆ “..ฉันทำอะไรมากกว่าแน่ๆ ฉันทำมามากกว่าสองคนนั่น..”  อย่างไรก็ตาม เมื่อตั้งสติได้ เขาจึงระงับความคิดแง่ลบเช่นนั้น และกลับมายินดีกับความสำเร็จของเพื่อนรัก

          เพื่อนของแฮร์รี่อีกคนหนึ่งที่เกิดวันเดียวกันคือ เนวิลล์ ลองบัตท่อม เมื่อผมอ่านเรื่องนี้ครั้งแรก ผมรู้สึกว่า เจเคต้องวางบุคลิกภาพของเนวิลล์ เด็กชายผู้เกิดวันเดือนปีเดียวกับแฮร์รี่ ผิดแน่ๆ เพราะบุคลิกของเนวิลล์ออกไปในทางไม่สู้คน ไม่มีความเป็นผู้นำ แต่เมื่ออ่านถึงตอนท้ายของภาคแรก ความเป็นสิงห์ในตัวของเนวิลล์ก็ปรากฏออกมาเมื่อเขาพยายามขัดขวางเพื่อนรักทั้งสามคือแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี ไม่ให้หนีออกไปนอกตึกซึ่งผิดกฎ คำพูดของเนวิลล์แสดงถึงความเป็นสิงห์ที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา “..อย่าเรียกฉันว่าปัญญาอ่อน ฉันไม่คิดว่าพวกนายควรทำผิดกฎมากไปกว่านี้แล้ว และนายเองเป็นคนบอกกับฉันให้ยืนหยัดสู้กับคนอื่น.”  และศาสตราจารย์ดับเบิลดอร์ก็ได้ให้ข้อสรุปถึงความกล้าหาญของเนวิลล์ในเรื่องดังกล่าวว่า “..ความกล้าหาญทุกรูปแบบ ต้องใช้ความแกร่งกล้าอย่างมากที่จะยืนหยัดต่อสู้ศัตรู แต่ต้องมีความกล้ามากกว่านั้นที่จะยืนหยัดต่อเพื่อนของเรา..”  เมื่อเราติดตามนิยายเรื่องนี้มายังเล่มหลังๆ เราก็จะพบว่า เนวิลล์เป็นเด็กที่มีความกล้าหาญอย่างยิ่ง เขาเป็นหนึ่งในกองทัพดับเบิลดอร์และเข้าร่วมการต่อสู้สำคัญๆทุกครั้งโดยไม่กลัวอันตราย ทั้งนี้ สำหรับนักโหราศาสตร์แล้ว เมื่อเราพบว่าเจ้าชะตามีอาทิตย์อยู่ในราศีสิงห์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำออกมาอย่างชัดเจน แต่เราต้องดูจุดเจ้าชะตาอื่นๆและเรือนชะตาอีกด้วย เพราะเมื่อเวลาเกิดไม่ตรงกัน แม้ว่าจะเกิดวันเดือนปีเดียวกัน ก็ย่อมมีความแตกต่างกัน 

          เพื่อนรักของแฮร์รี่คนต่อมาคือ เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ วันเกิดของเธอตรงกับวันที่ 19 กันยายน ตรงกับราศีกันย์ ลักษณะเด่นของคนราศีกันย์คือเป็นนักวิเคราะห์ นักตรวจสอบ ฉลาด ขยัน มีระเบียบแบบแผน ระมัดระวัง ขี้ระแวง ซึ่งตรงกับความเป็นเฮอร์ไมโอนีทุกประการ เธอเป็นนักเรียนดีเด่นที่ขยันเรียนรู้ทุกๆเรื่องในตำรา เธอจะอ่านตำราจนจบก่อนที่จะเข้าเรียนอยู่เสมอ และทำให้เธอสอบได้ที่หนึ่งทุกๆปี ในกลุ่มเพื่อนรัก 3 คน แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี นั้น เธอจะเป็นคนค้นหาข้อมูลเจาะลึกมาให้เพื่อนๆเสมอ คอยระมัดระวังไม่ให้แฮร์รี่ทำอะไรผลีผลาม เธอเป็นคนปิดจุดอ่อนสำคัญของแฮร์รี่ที่มักจะทำอะไรตามใจตนเองและรวดเร็วจนขาดความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ นักโหราศาสตร์บางท่านอาจสงสัยว่า ทำไมเฮอร์ไมโอนีผู้เกิดในราศีกันย์ ธาตุดิน แต่กลับอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นธาตุไฟ ตรงนี้ ผมเชื่อว่า ถ้าเฮอร์ไมโอนีเป็นคนจริงๆ จุดเจ้าชะตาจุดอื่นของเธอคงอยู่ในราศีธาตุไฟอย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ เฮอร์ไมโอนีจะมีความกล้าหาญอยู่เสมอ ไม่ได้ปล่อยให้ความระมัดระวังแบบราศีกันย์มาขัดขวางการมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายที่มีความเสี่ยง

          เพื่อนรักอีกคนหนึ่งของแฮร์รี่ คือ โรนัลด์ วีสลีย์ หรือ รอน ผู้เกิดในวันที่ 1 มีนาคม ตรงกับราศีมีน ลักษณะเด่นของราศีมีนคือ ความคลุมเครือ การปกปิด มีจินตนาการ ซึ่งรอนก็มีลักษณะเช่นนั้น กล่าวคือ รอนเป็นลูกคนกลางๆ ที่ไม่รู้ว่าตนเองมีจุดเด่นหรือชอบอะไร มักตามใจคนอื่น ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ต้องอาศัยคนอื่นช่วยสนับสนุนจึงจะมั่นใจ ตอนที่ได้รับตำแหน่งคีปเปอร์ของทีมควิดดิช เขาต้องใช้เวลานานมากถึงจะเกิดความมั่นใจจนพบว่าตนเองก็เป็นนักกีฬาที่ดีได้ ที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ เจเค ได้เขียนเรื่องให้รอนและเฮอร์ไมโอนีชอบกัน ซึ่งราศีมีนของรอนและราศีกันย์ของเฮอร์ไมโอนีเป็นราศีที่ตรงข้ามกันพอดี มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คู่รักที่มีความแตกต่างอย่างสุดขั้วอย่างสองราศีนี้ ก็สามารถเป็นคู่รักที่ลงตัวก็ได้ หากนำความต่างนั้นมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน

          ตัวร้ายที่สุดในนิยายเรื่องนี้คือ ลอร์ด โวลเดอมอร์ หรือชื่อเดิมว่า ทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล เกิดวันที่ 31 ธันวาคม ตรงกับราศีมกร ในทางโหราศาสตร์นั้น ราศีมกร หมายถึง ความนาน ความสิ้นสุด พลัดพราก ความทุกข์ ความโดดเดี่ยว ความจริงจัง สนใจแต่เรื่องของตน ลอร์ดโวลเดอมอร์นั้นเติบโตขึ้นมาในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า เนื่องจากพ่อทิ้งแม่ของเขาไป และแม่ของเขาก็เสียชีวิตหลังจากคลอดทอมได้ไม่ถึงชั่วโมง ศาสตราจารย์ดับเบิลดอร์เคยอธิบายถึงลักษณะนิสัยของทอมไว้ว่า “ทอม ริดเดิ้ลเป็นคนที่ไม่พึ่งใคร.. และดูเหมือนจะไม่มีเพื่อน เขาไม่ต้องการความช่วยเหลือ.. เขาพอใจที่จะทำงานคนเดียว..ลอร์ดโวลเดอมอร์ไม่เคยมีเพื่อน และฉันเชื่อว่า เขาไม่เคยต้องการเพื่อนเลยด้วย”ซึ่งก็ตรงกับลักษณะในแง่ร้ายของราศีมกร ในแง่บวกนั้น ราศีมกร เป็นคนทำงาน เป็นการเป็นงาน มีความพยายามสูง มั่นคงต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก้าวหน้าเพราะทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งก็ตรงกับลักษณะของโวลเดอมอร์อีก เพราะโวลเดอมอร์ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นจอมมารตั้งแต่เรียนในฮอกวอตส์แล้ว และใช้เวลามากกว่าสิบปีในการดำเนินการตามแผนการของเขาจนกระทั่งก้าวขึ้นเป็นจอมมาร

          ตัวละครฝ่ายร้ายที่สำคัญอีกคนหนึ่งที่น่าจะกล่าวถึงคือ เดรโก มัลฟอย นักเรียนร่วมรุ่นของแฮร์รี่ ผู้ซึ่งอยู่บ้านสลิธีริน และมีบทบาทขัดแย้งกับแฮร์รี่ตั้งแต่ช่วงแรกๆของภาคที่ 1 เลยทีเดียว มัลฟอย เกิดวันที่ 5 มิถุนายน ตรงกับราศีมิถุน ในทางโหราศาสตร์นั้น ราศีมิถุนมีลักษณะเด่นคือ มีความสามารถในการปรับตัวสูง คล่องแคล่ว และมีความสามารถในการเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้อย่างดี ถ้าจะพูดในแง่ร้าย ก็คือมีความกะล่อน เมื่อลองหันมามองมัลฟอย เราจะพบว่า บุคลิกในแง่ลบของมัลฟอยคือเป็นเด็กที่ชอบคุยโวโอ้อวดความสามารถของตนหรือไม่ก็อภิสิทธิ์ที่เขาได้รับจากบารมีของพ่อ ความสามารถด้านลบอีกอย่างหนึ่งของมัลฟอยคือการประจบประแจงอาจารย์ รวมถึงการแสดงละครแกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อได้รับความเห็นใจ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ามัลฟอยเป็นนักเรียนที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการบิน (เป็นซีกเกอร์ประจำบ้านสลิธีริน), การปรุงยา, การใช้คำสาปสะกดใจ และการสร้างเหรียญลงคาถาเพื่อเป็นวิธีการติดต่ออย่างลับๆ (ที่ลอกเลียนแบบมาจากวิธีของเฮอร์ไมโอนี)

          จะเห็นได้ว่า เจ เค โรว์ลิ่ง สามารถเลือกวันเกิดให้กับตัวละครแต่ละตัวได้ตรงกับบุคลิกภาพของคนแต่ละราศี ทำให้ผมมั่นใจมากว่า เธอมีความรู้ความเข้าใจในโหราศาสตร์อยู่ไม่น้อย คล้ายๆกับกุสตาฟ โฮลส์ นำความหมายทางโหราศาสตร์ของดาวเคราะห์แต่ละดวงมาประพันธ์บทเพลงคลาสสิคได้อย่างลงตัว

          ยังมีตัวละครอีกหลายคนที่เจ เค โรว์ลิ่ง ได้บอกวันเกิดเอาไว้ แต่ผมคิดว่าถ้าผมเขียนอธิบายทั้งหมด คงทำให้บทความนี้ยาวมากและอาจจะไม่สนุกเท่าที่ควร ถ้าจะทำให้น่าสนุกยิ่งขึ้น ผมคิดว่าผู้อ่านที่พอมีความรู้โหราศาสตร์น่าจะลองดูข้อมูลวันเกิดของตัวละครแต่ละคนตามรายละเอียดด้านล่าง และนำไปพิจารณาดูว่า บุคลิกของตัวละครตรงกับราศีของเขาหรือไม่ อย่างไร อย่างนี้น่าจะสนุกกว่านะครับ

  • เจมส์ พอตเตอร์ (พ่อของแฮร์รี่) เกิด 27 มีนาคม
  • ลิลี่ พอตเตอร์ (แม่ของแฮร์รี่) เกิด 30 มกราคม
  • ดัดลีย์ เดอรสลีย์ (ลูกพี่ลูกน้องของแฮร์รี่) เกิด 23 มิถุนายน 
  • อาเธอร์ วีสลีย์ (พ่อของรอน) เกิด 6 กุมภาพันธ์
  • มอลลีย วีสลีย์ (แม่ของรอน) เกิด 30 พฤศจิกายน
  • บิล วีสลีย์ (พี่ชายคนโตของรอน ทำงานในธนาคารกริงกอตส์) เกิด 29 พฤศจิกายน
  • ชาลี วีสลีย์ (พี่ชายของรอน ทำงานในโรมาเนีย) เกิด 12 ธันวาคม
  • เพอร์ซี วีสลีย์ (พี่ชายของรอน ทำงานในกระทรวงเวทมนตร์) เกิด 22 สิงหาคม
  • เฟรด และ จอร์จ วีสลีย์ (พี่ชายของรอนที่เป็นฝาแฝด) เกิด 1 เมษายน
  • จินนี่ วีสลีย์  (น้องสาวของรอน) เกิด 11 สิงหาคม
  • รูเบียส แฮกริด เกิด 6 ธันวาคม

          เขียนมาถึงตอนนี้แล้ว พบว่า เนื้อหาของบทความค่อนข้างยาวกว่าที่นึกเอาไว้ แต่ยังมีประเด็นว่าด้วยโหราศาสตร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นวิชาพยากรณ์ศาสตร์ในฮอกวอตส์, เซ็นทอร์ นักพยากรณ์, ชื่อตัวละครกับความหมายแฝง ฯลฯ ซึ่งแต่ละเรื่องก็น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์กับนักศึกษาโหราศาสตร์และผู้สนใจทั่วไป ผมจึงขออนุญาตยกประเด็นเหล่านี้ไปไว้ใน โหราศาสตร์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ตอนหน้าก็แล้วกันครับ

เอกสารอ้างอิง
1. พลตรี ประยูร พลอารีย์, คัมภีร์สูตรเรือนชะตา, โรงเรียนโหราศาสตร์กรุงเทพ.
2. พลตรี ประยูร พลอารีย์, ทฤษฎีการพยากรณ์.
3. วิโรจน์ กรดนิยมชัย, เอกสารประกอบการศึกษาโหราศาสตร์ยูเรเนียน เล่ม 1, บ้านโหราศาสตร์, 2542.
4. เจ เค โรว์ลิ่ง, แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 1-7, Bloomsbury & นานมีบุ๊คส์.
5. 
http://www.hp-lexicon.org

 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.horauranian.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=525698&Ntype=1